ชัชชาติ สั่ง 50 เขต เช็กย้อนหลัง ปมต่างด้าว สวมสิทธิใบชมพู รายงานภายใน 21ส.ค.นี้
อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 17:38อ่าน 3 นาที

กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สั่ง 50 เขต เช็กย้อนหลัง เกิน10ปี ปมต่างด้าว สวมสิทธิใบชมพู รายงานภายใน 21 ส.ค. นี้ หวั่นช่องโหว่เปิดทางทุจริต เล็งสอบเส้นทางการเงิน-หลักฐานเอาผิด 20
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ส.ค. 69 – ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร
กรณีการย้ายเข้าทะเบียนบ้านของบุคคลต่างด้าวที่ถือบัตรประจำตัวสีชมพู ซึ่งมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วย 7 โดยมิชอบ ว่า กรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการใช้บัตรประจำตัวสีชมพู
รายละเอียดเพิ่มเติม
ซึ่งเป็นบัตรสำหรับบุคคลต่างด้าว ไม่ใช่บัตรประชาชนสำหรับบุคคลทั่วไป โดยพบว่า กระบวนการดังกล่าวอาจมีรูปแบบการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องหลายลักษณะ ในบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับบุคคลต่างด้าว
ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย และมีบุตร แต่ภายหลังบุตร เดินทางกลับประเทศของตนเอง ขณะที่เอกสารการเกิด ยังคงมีชื่อบุตรอยู่ จากนั้นอาจมีการนำข้อมูลของบุคคลดังกล่าวมาใช้สวมสิทธิ์
เพื่อย้ายชื่อเข้าสู่ทะเบียนบ้าน แห่งใดแห่งหนึ่ง และนำไปใช้ประกอบการขอจดทะเบียน หรือจัดทำเอกสาร ให้มีสถานะเสมือนเป็นบุคคลต่างด้าว ที่อยู่ในประเทศไทย อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้
สถานการณ์ล่าสุด
ยังอาจมีรูปแบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการย้ายบุคคลจากทะเบียนบ้านกลาง เข้าสู่ทะเบียนบ้านแห่งใดแห่งหนึ่ง เนื่องจากการจัดทำบัตรประจำตัว จำเป็นต้องมีทะเบียนบ้านเป็นหลักฐานประกอบ
โดยอำนาจในการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรในพื้นที่ เป็นอำนาจของ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในแต่ละพื้นที่ “พบข้อสังเกตบางประการ ที่มีลักษณะผิดปกติ โดยเฉพาะกรณีในพื้นที่เขตดินแดง
ซึ่งมีบ้านหลังหนึ่งพบว่า มีบุคคลย้ายเข้า หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนเป็นจำนวนประมาณ 40-45 คน จึงถือเป็นข้อมูลที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด” ผู้ว่าฯชัชชาติ กล่าว นายชัชชาติ
มุมมองและผลกระทบ
กล่าวต่อว่า ภายหลังจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าดำเนินการในกรณีดังกล่าว กทม.มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 คน ออกจากตำแหน่ง หรือออกจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวก่อน
พร้อมสั่งให้มีการตรวจสอบย้อนหลังว่า ในพื้นที่อื่น หรือสำนักงานเขตอื่น มีลักษณะเดียวกันหรือไม่ กำหนดให้การตรวจสอบเบื้องต้นแล้วเสร็จ และแจ้งให้รายงานมาภายในวันที่ 21 ส.ค. นี้
จากเดิมที่แจ้งให้รายงานภายในวันที่ 1 ก.ย. 69 เพื่อพิจารณาความเชื่อมโยงของบุคคล และกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังได้สั่งให้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังไปมากกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
2560 เพื่อค้นหาความผิดปกติในลักษณะเดียวกัน โดยให้ตรวจสอบข้อมูลใน ทุกสำนักงานเขต ขณะที่กรณีในพื้นที่เขตดินแดง เมื่อปี 2567
พบข้อมูลที่ต้องสงสัยพุ่งสูงมากจึงจำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดและความเชื่อมโยงเป็นรายกรณี นายชัชชาติ กล่าวถึงประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม คือเส้นทางการเงิน ด้วยว่า
เนื่องจากหากพบว่า มีการจ่ายเงินระหว่าง นายหน้า กับ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขต จะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาได้ว่า มีผลประโยช…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



