ครม. ไฟเขียวตั้ง 5บิ๊กศธภ. ประเสริฐ แจงมีตำแหน่ง-เงินพร้อม ไม่ได้เพิ่มอัตรา ยันบทบาทไม่ซ้ำซ้อน
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 12:28อ่าน 3 นาที

ครม. ไฟเขียวตั้ง 5บิ๊กศธภ. ประเสริฐ แจงมีตำแหน่ง-เงินพร้อม ไม่ได้เพิ่มอัตรา ยันบทบาทไม่ซ้ำซ้อน เดินหน้าตั้ง ซี11แทนเกษียณฯ ส.ค.นี้ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบตามที่ ศธ.เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร
ระดับสูง ตำแหน่ง ศึกษาธิการภาค(ศธภ.) รวม 5 ราย เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาการศึกษาระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
รายละเอียดเพิ่มเติม
และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาจังหวัดในภาพรวม ดังนี้ นายธัชกร วงศ์เพ็ง รองศธภ. สำนักงานศึกษาธิการภาค 3 ให้ดำรงตำแหน่งศธภ.5 .นายสัมนาการณ์ บุญเรือง รองศธภ. 13 ให้ดำรงตำแหน่งศธภ.7
,นายธนภัทร แสงจันทร์ รองศธภ. 2 ให้ดำรงตำแหน่งศธภ. 8 .นายนิรุตต์ บุตรแสนลี รองศธภ. 10 ให้ดำรงตำแหน่งศธภ. 10 และนายเอกวัฒน์ ล้อสุนิรันดร์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)
ให้ดำรงตำแหน่งศธภ. 15 “สำหรับสาเหตุที่มีการอนุมัติเพียง 5 ตำแหน่งนั้น จากเดิมที่เคยเสนอไป 6 ตำแหน่ง นั้น เนื่องจากการตรวจสอบคุณสมบัติในภายหลังพบว่า มีผู้ได้รับการเสนอชื่อ 1 ราย
สถานการณ์ล่าสุด
มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์ โดยเฉพาะระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งระดับก่อนหน้าไม่ถึงตามที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งภายในศธ.
ขั้นตอนหลังจากนี้จะดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป พร้อมยืนยันว่ากระบวนการพิจารณาเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม
สำหรับตำแหน่งที่ยังว่างอยู่อีก 7 ตำแหน่ง จะทยอยพิจารณาแต่งตั้งในระยะต่อไป”นายประเสริฐ กล่าว นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ตำแหน่งศธภ. เป็นตำแหน่งที่มีอยู่เดิม
มุมมองและผลกระทบ
มีอัตราและเงินงบประมาณรองรับอยู่แล้ว ไม่ใช่การสร้างตำแหน่งขึ้นมาใหม่เพื่อเพิ่มบุคลากร โดยตำแหน่งนี้เปิดกว้างให้ข้าราชการจากทุกแท่งเข้าสู่ตำแหน่งได้
ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ , สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา หรือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
ส่วนข้อกังวลเรื่องบทบาทหน้าที่ซ้ำซ้อนกับเขตพื้นที่การศึกษาและผู้ตรวจราชการกระทรวงนั้น ยืนยันว่างานไม่ซ้ำซ้อนกัน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เนื่องจากศธภ.มีหน้าที่ในการวางยุทธศาสตร์การศึกษาในภาพรวมระดับกลุ่มจังหวัด เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด ขณะที่เขตพื้นที่การศึกษามีหน้าที่หลักในการบริหาร จัดการ
และกำกับดูแลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยครอบคลุมงานสำคัญ เช่น การจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับท้องถิ่น และการกำกับดูแลโรงเรียนในสังกัด
และขณะที่ผู้ตรวจราชการมีหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจติดตามการทำงานว่าตรงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ซึ่งขั้นตอนหลังจาก ครม. เห็นชอบแล้ว เนื่องจากเป็นข้าราชการระดับ 10
จึงต้องเข้าสู่กระบวนการนำความขึ้นโปรดเกล้าฯ ต่อไป ส่วนตำแหน่งศธภ.ที่เหลืออีก 7 ภาค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



