"ทนายอั๋น" ยื่นหลักฐานคดีฮั้ว สว. กว่า 3 พันหน้า ให้พรรคประชาชน
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 18:33อ่าน 3 นาที

วันนี้ (27 ก.ค.2569) นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.พรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ รับหนังสือจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น ผู้แทนภาคประชาชน กรณีคดีเลือกตั้ง สว.
ประเด็นสำคัญ
โดยระบุว่า ขณะนี้สำนวนอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า อ้างถึงพยานหลักฐานที่มีความชัดเจนเชื่อมโยงไปถึงกระบวนการฮั้ว สว.
อาจเข้าข่ายการกระทำล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย และเป็นเรื่องที่ขัดต่อความมั่นคงตามประมวลกฎหมายอาญา โดยขอให้พรรคประชาชนพิจารณาว่าจะทำอย่างไร เพราะไม่ไว้วางใจ กกต. ในการพิจารณา
รายละเอียดเพิ่มเติม
ขณะเดียวกันจะไปยื่นต่อสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่าพฤติการณ์ของกระบวนการฮั้ว สว. แต่ระดับคนในรัฐบาลและ สว. รวมถึงคนที่อยู่นอกสภา
ขอให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 หรือใช้สิทธิแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับความมั่นคง นายภัทรพงศ์ ระบุว่า ขณะนี้คดีฮั้ว สว. อยู่ในช่วงสำคัญ
และอาจเหลือเวลาไม่มากในการรอผลจาก กกต. แต่ด้วยเหตุผลที่ไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ของ กกต. จึงฝากให้พรรคประชาชนพิจารณาตามข้อร้องเรียน ด้าน น.ส.พนิดา กล่าวว่า
สถานการณ์ล่าสุด
ขอบคุณทนายอั๋นที่นำข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติมมายื่นให้ หลังจากนี้จะตรวจสอบรายละเอียดเพื่อพิจารณาว่าจะสามารถดำเนินการต่อในแนวทางใดได้บ้าง สิ่งสำคัญคือสังคมต้องติดตามการทำงานของ กกต.
อย่างใกล้ชิด เพราะตามกฎหมายเลือกตั้ง กกต. เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจส่งฟ้องศาล ส่วนในฐานความผิดอื่นในคดีอาญา แม้หน่วยงานจะดำเนินการล่าช้าแต่ประชาชนสามารถส่งฟ้องเองได้ พร้อมเรียกร้องให้
กกต. ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพื่อตรวจสอบอย่างโปร่งใส ซึ่งฝ่ายค้านมีพยานและหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนกรณีหลักฐานที่นำมายื่นเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยรายชื่อบุคคลก่อนหน้านี้หรือไม่
มุมมองและผลกระทบ
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ได้นำหลักฐานกว่า 3,000 หน้ามอบให้ กกต. แล้ว ขณะนี้ก็อยู่ในมือของพรรคประชาชนรวมถึงนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์)
ด้วย นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ในวันเลือกรอบประเทศมีการเก็บมือถือและไม่มีใครสามารถเข้าถึงโทรศัพท์ได้แน่นอน แต่หลังเที่ยงคืนของวันนั้นมี สว.หลายคนโทรหาเจ้าพ่อเขากระโดง
ซึ่งหลักฐานที่ตนมายื่นวันนี้ก็คือ ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ DSI มีแบบไหน กกต. มีแบบไหนภาคประชาชนก็มีแบบนั้น แต่อย่ามาถามหาว่าหลักฐานมาจากไหนเพราะทุกคนต้องแสวงหาข้อเท็จจริงร่วมกัน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ด้านนายภัณฑิล กล่าวว่า ยืนยันว่านี่เป็นการทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ หากบุคคลที่ถูกกล่าวหาหรือพาดพิงถึงเป็นบุคลากรทางการเมืองก็มีหน้าที่ออกมาชี้แจงไม่ใช่มาฟ้องกลับ รวมถึง กกต.
ที่ออกมาพูดในทำนองขู่ กกต. มีหน้าที่จัดการได้มาซึ่ง สว. ให้โปร่งใสตรงไปตรงมา แต่กลับมาคุกคามประชาชน เรื่องนี้ก็ต้องตั้งคำถามกลับไปยัง กกต. ว่าไม่เพียงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ไม่ทำในสิ่งที่ต้องทำ แต่ยังจะมาขู่คุกคามประชาชนอีก ซึ่งมองว่าเรื่องนี้ควรคุ้มครองพยาน ด้าน น.ส.พนิดา กล่าวว่า ฝากไปถึงพยานทุ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



