กอ.รมน. ชี้แจงแม่ทัพภาคที่ 4 แค่ตั้งข้อสังเกตเผา อบต. เกี่ยวการเมือง แจงปมเฮลิคอปยิงวัยรุ่นไม่ใช่ปืนสงคราม ขอรอนิติวิทยาศาสตร์พิสูจน์
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 14:35อ่าน 3 นาที

วันนี้ (25 สิงหาคม) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และ พล.ต. ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
ประเด็นสำคัญ
ร่วมกันแถลงชี้แจงสถานการณ์ชายแดนภาคใต้และกรณีการก่อเหตุเผาที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โฆษก กอ.รมน. ระบุถึงกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์เชื่อมโยงการเผา อบต.
กับฝ่ายการเมืองว่า เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตและข้อสันนิษฐานของคนในพื้นที่เท่านั้น ไม่ได้ฟันธงว่าเกี่ยวข้องจริง ซึ่งในการสืบสวนสอบสวนยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยการแถลงข่าวของ
รายละเอียดเพิ่มเติม
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะมีทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมกันชี้แจงเสมอ ด้าน พล.ต. วินธัย กล่าวเสริมถึงรูปแบบการก่อเหตุว่า ปัจจุบันเป็นการกระจายจุดก่อกวน เช่น
เผายางรถยนต์ตามท้องถนน ไม่ได้เน้นเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้ประชาชนมาตำหนิเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจะเข้าทางผู้ก่อเหตุ แต่ปัจจุบันประชาชนเข้าใจและมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่มากขึ้น
สำหรับงานด้านการข่าว โฆษก กอ.รมน. ยอมรับว่าการข่าวเชิงลึกระดับ A1 ที่รู้ถึงวันและเวลาเกิดเหตุ 100% เป็นเรื่องยาก แม้แต่ชาติมหาอำนาจก็ยังมีปัญหา การทำงานจึงแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
สถานการณ์ล่าสุด
การข่าวเชิงรุก (การปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายบุคคล) และการข่าวเชิงรับ (การใช้มวลชนช่วยแจ้งข่าว) ซึ่ง กอ.รมน. กำลังเร่งสร้างมวลชนให้เข้มแข็ง เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถไปยืนอยู่ได้ทุกจุด
ส่วนกรณีไม่มีเจ้าหน้าที่ในจุดเกิดเหตุ โฆษก กอ.รมน. อธิบายว่า พื้นที่เสี่ยงห่างไกลเป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองและชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ทำงานร่วมกับมวลชน
แต่เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงผลัดเปลี่ยนกำลัง ทำให้ผู้ก่อเหตุอาศัยช่องว่างตรงนี้เข้ามาก่อเหตุ ซึ่ง กอ.รมน. จะนำไปวิเคราะห์และป้องกันต่อไป
มุมมองและผลกระทบ
สำหรับกรณีข้อสงสัยเรื่องเฮลิคอปเตอร์ยิงใส่วัยรุ่น โฆษก กอ.รมน. ชี้แจงโดยอ้างอิงข้อมูลทางการแพทย์ว่า บาดแผลเกิดจากกระสุนขนาด 9 มม. หรือ .22 มม. ในมุม 30 องศา
ซึ่งไม่ใช่กระสุนจากอาวุธสงคราม และเฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถบินในระดับ 30 องศาเพื่อยิงปืนที่ติดอยู่ได้ อีกทั้งการยิงปืนกลางคืนระหว่างบินลาดตระเวนทำได้ยากยิ่ง
จึงอยากขอความเป็นธรรมให้เจ้าหน้าที่ และขอให้รอผลนิติวิทยาศาสตร์ กล้องวงจรปิด และผลสอบสวนของตำรวจ “การสืบสวนสอบสวน อาจจะช้าไปบ้าง แต่ไม่ผิดตัวจะดีกว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพราะหากไปจับกุมผิดตัวมาจะมีปัญหาต่อเนื่อง แทนที่จะได้มวลชน อาจจะเสียมวลชน ขอให้เชื่อมั่นในระบบนิติวิทยาศาสตร์ของเราว่า จะไม่โกหก และเป็นกลาง” โฆษก กอ.รมน. กล่าว
ส่วนประเด็นการกดดันจับกุมบุหรี่เถื่อนและยาเสพติดนั้น โฆษก กอ.รมน. มองว่าอาจเป็นข้อสังเกตเรื่องภัยแทรกซ้อน สำหรับแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ เกิดจากช่วงช่องว่างการปรับเปลี่ยนกำลัง
การฝึกวัยรุ่นขึ้นมาใหม่เพื่อยกระดับเป็น RKK และการดิสเครดิตภาครัฐ โดยการก่อเหตุครั้งนี้เป็นการก่อกวน ไม่ได้หวังผลต่อชีวิตเพราะมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต
ซึ่งแสดงถึงการลดความรุนแรงลง เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นผู้ก่อการร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



