บิ๊กโจ๊ก แจ้งความเอาผิด 4 ชาย อ้างเป็น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หลังถูกถ่ายภาพหน้าบ้าน
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 16:56อ่าน 3 นาที

“บิ๊กโจ๊ก” แจ้งความเอาผิด 4 ชาย อ้างเป็น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หลังถูกถ่ายภาพหน้าบ้าน ยืนยันใช้สิทธิ์ปกป้องตามสิทธิของประชาชน เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 25 สิงหาคม พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายัง สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อลงชื่อยืนยันความเป็นผู้เสียหาย หลังมอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความ กรณีมีชาย 4 คน
อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เข้าไปในหมู่บ้านที่พักอาศัย และถ่ายภาพบริเวณบ้าน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ กล่าวว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการตามกฎหมาย โดยพบว่ามีชายประมาณ 4 คน อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เดินทางเข้าไปภายในหมู่บ้านที่พักอาศัย และถ่ายภาพบริเวณบ้านของตนเอง
โดยบุคคลดังกล่าวได้แจ้งต่อนิติบุคคลของหมู่บ้านว่า เดินทางมาเพื่อยื่นเอกสาร แต่จากพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเห็นว่าไม่ได้เป็นเพียงการนำเอกสารมาส่ง
เนื่องจากมีการเข้าไปบริเวณใกล้บ้านและถ่ายภาพ ขณะที่ภายหลังยังมีการชี้แจงว่าเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อกลับรถ แต่ตนมองว่า พฤติการณ์ดังกล่าวมีข้อสังเกตหลายประการ
สถานการณ์ล่าสุด
โดยเฉพาะการที่บุคคลทั้ง 4 คน ไม่ได้แสดงตัวต่อตนเอง ไม่ได้ลงจากรถ และไม่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจว่ามาดำเนินการในเรื่องใด หากเดินทางมาโดยสุจริตก็ควรแสดงตัวอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม
ผู้จัดการนิติบุคคลของหมู่บ้านได้ยืนยันว่า บุคคลดังกล่าวติดต่อเข้ามาเพื่อส่งเอกสารและนัดหมายขอรับเอกสาร รวมถึงหากต้องการข้อมูลใดทางนิติบุคคลก็พร้อมให้ข้อมูล
แต่กลับมีพฤติการณ์เข้าไปถ่ายภาพบริเวณบ้านพักของตนเอง วันนี้จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พร้อมมอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 4 คน
มุมมองและผลกระทบ
โดยเห็นว่าตนจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ในการปกป้องตนเอง และไม่ต้องการให้พฤติการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นกับประชาชนทั่วไป
เพราะไม่ควรเป็นกรณีที่บุคคลใดจะสามารถเข้าไปถ่ายภาพบ้านของผู้อื่นได้ตามอำเภอใจ เนื่องจากอาจเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของบ้าน ด้านนายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความ กล่าวว่า
จากการพูดคุยกับนิติบุคคลของหมู่บ้าน ทำให้ทราบว่าบุคคลกลุ่มดังกล่าวเดินทางมาเพื่อส่งเอกสารและขอข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินของหมู่บ้าน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ โดยตรง ดังนั้น เมื่อดำเนินการพูดคุยและส่งเอกสารเรียบร้อยแล้ว ภารกิจของเจ้าหน้าที่ก็น่าจะสิ้นสุดและควรเดินทางกลับ
แต่กลับพบว่ามีพฤติการณ์เข้าไปในพื้นที่บริเวณบ้านพักของพลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ การเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวมีข้อสงสัยว่าเป็นการเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต
เนื่องจากไม่มีการขออนุญาตจากเจ้าของบ้าน และไม่ได้ขออนุญาตจากนิติบุคคลของหมู่บ้านที่จะเข้าไปภายในพื้นที่ดังกล่าว โดยจากการตรวจสอบคลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์
เห็นว่าพฤติการณ์ไม่น่าจะเป็นเพียงการเข้าไปกลับรถ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวสามารถกลับรถได้โดยไม่จำเป็นต้องขับรถเข้าไปในพื้นที่ด้านในข…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



