กอ.รมน. แจง มทภ.4 แค่ตั้งข้อสังเกตเผา อบต. ยันจับไม่ผิดตัว-รอผลนิติวิทยาศาสตร์ ปม ฮ.ยิง
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 14:08อ่าน 3 นาที

“โฆษก กอ.รมน.” แจง “มทภ.4” ไม่ได้ฟันธง เหตุเผา อบต. เกี่ยวการเมือง เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต ชี้งานการข่าวมี 2 ด้าน “รุก และรับ” ส่วนเชิงลึก แบบรู้ข้อมูล 100% เป็นเรื่องยาก
ประเด็นสำคัญ
ขณะที่เหตุเฮลิคอปเตอร์ยิงวัยรุ่น ยังต้องพิสูจน์หลักฐาน ขอให้รอผลสืบสวน-นิติวิทยาศาสตร์ ที่ไม่โกหก และเป็นกลาง แม้อาจจะช้า แต่ต้องไม่จับผิดตัว หวั่นเสียมวลชน พร้อมขอความเป็นธรรมให้
จนท. รัฐ อย่ายอมให้ไปเข้าทางผู้ก่อเหตุ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และ พล.ต. ธรรมนูญ ไม้สนธิ์
รายละเอียดเพิ่มเติม
โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีการเชื่อมโยงเหตุการณ์เผาที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลที่เกิดขึ้นว่า
อาจจะเกิดจากฝ่ายการเมืองนั้น โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า อยากให้สื่อมวลชนเข้าใจจากคำสัมภาษณ์ของแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งเป็นเพียงมุมมอง และข้อสังเกต ส่วนข้อเท็จจริงนั้น
ต้องมีการนำพยานหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งการอยู่ในพื้นที่ก็จะต้องมีการตั้งข้อสังเกตไว้หลาย ๆ เรื่อง โดยเรื่องการเมืองก็เป็นข้อสังเกตหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกว่า ตรงนั้นคือ ข้อเท็จจริงว่า
สถานการณ์ล่าสุด
มีการสนับสนุน หรือเกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่เนื้อหาที่แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ จะเป็นเพียงข้อสังเกต และข้อสันนิษฐานเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในการสืบสวน และสอบสวนจริง ๆ แล้ว
ยังไม่สามารถตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้งได้ ส่วนกระบวนการที่ทำให้เป็นข้อเท็จจริงนั้น จะต้องผ่านการสืบสวนสอบสวน โฆษก กอ.รมน. กล่าวอีกว่า ให้สังเกตดูว่า ทาง กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า
ในการแถลงข่าวจะมีทั้ง 3 ฝ่ายมาร่วมแถลงข่าว เช่น ทหาร, ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ซึ่งต้องมีทั้ง 3 ส่วนดังกล่าว มาชี้แจงร่วมกัน ส่วนจะมีการยกระดับในการดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
มุมมองและผลกระทบ
ในส่วนกองทัพบก จะต้องดูแลและครอบคลุมในเรื่องใดบ้าง พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพบก ก็เป็นส่วนหนึ่งของ กอ.รมน. ในการสนับสนุนกำลังพล ซึ่งความจริงแล้วต้องเป็นทาง กอ.รมน. ภาค 4
ส่วนหน้า ในการวางแผน และปรับไปตามสภาพแวดล้อม ซึ่งในปัจจุบันนี้อาจจะมีการเข้าใจว่า รูปแบบในการก่อเหตุ อาจจะไม่เหมือนกันในทุกครั้ง อย่างกรณีที่เกิดขึ้น
จะมีการกระจายพื้นที่ในการก่อเหตุ โดยลักษณะการก่อเหตุ จะไม่ได้เน้นเป้าหมายสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำยางรถยนต์มาเผาตามท้องถนน หรือจุดต่าง ๆ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งการก่อเหตุทุกครั้งประชาชนมักมาตำหนิทางเจ้าหน้าที่รัฐ จึงไปเข้าทางผู้ก่อเหตุ โดยปัจจุบันการก่อเหตุดังกล่าว มีประชาชนมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่มากขึ้น ซึ่งไม่เหมือนในอดีต
เมื่อถามว่า ในเรื่องของการข่าวจะมีการทบทวนหรือไม่ หลังวันนี้ผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้ขอให้ภาครัฐมีการทบทวน เพื่อป้องกันเหตุมากขึ้น โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า ใ นมุมของการข่าวเชิงลึก หรือ
การข่าว A1 ซึ่งเป็นระดับการรับรู้ถึงวัน และเวลาการก่อเหตุ ซึ่งต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องที่ยาก แม้แต่ชาติมหาอำนาจ ก็ยังมีปัญหาการรับทราบข่าวเชิงลึกแบบ 100% ส…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



