ศาลยุติธรรมเคลียร์ปม 3.6 หมื่นล้าน แจง กมธ. ย้ำไม่ใช่รายรับ แต่เป็น ‘เงินรอนำส่งคลัง-คืนคู่ความ’
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 16:45อ่าน 3 นาที

วันนี้ (18 สิงหาคม) เพจเฟซบุ๊ก ‘สื่อศาล’ ได้เผยแพร่ข้อความสรุปสาระสำคัญที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้เข้าชี้แจงต่อ คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เกี่ยวกับประเด็นข้อสงสัยเรื่องตัวเลข เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 36,700 ล้านบาท ที่ปรากฏในงบการเงิน สำนักงานศาลยุติธรรมได้เน้นย้ำและทำความเข้าใจว่า เงินจำนวน 36,700
ล้านบาทดังกล่าว ไม่ใช่เงินรายรับที่สำนักงานศาลยุติธรรมสามารถนำไปใช้จ่ายในการบริหารราชการได้ แต่เป็นเงินที่มีภาระผูกพันตามกฎหมาย ซึ่งต้องรอนำส่งกระทรวงการคลัง คืนให้แก่คู่ความ
รายละเอียดเพิ่มเติม
หรือรอจ่ายตามภารกิจเฉพาะ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนที่ 1: เงินฝากสถาบันการเงินและเงินฝากระยะสั้น (ประมาณ 27,000 ล้านบาท) เป็นเงินที่มีภาระผูกพันและรอนำส่งหรือรอจ่าย
ประกอบด้วย เงินค่าธรรมเนียมศาลและค่าปรับ จำนวน 907 ล้านบาท (รอนำส่งคลังช่วงสิ้นปีงบประมาณของศาลกว่า 280 แห่งทั่วประเทศ) เงินรับฝากค่าปรับผู้ประกัน จำนวน 51 ล้านบาทเศษ (รอนำส่งคลัง)
เงินรับฝากเงินกลาง จำนวน 14,500 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มีมูลค่าสูงสุด โดยเป็นเงินที่คู่ความหรือบุคคลภายนอกนำมาวางไว้ต่อศาลตามกฎหมายวิธีพิจารณาความ เช่น เงินประกันตัว
สถานการณ์ล่าสุด
หรือเงินวางทรัพย์ชำระหนี้ ซึ่งศาลมีภาระต้องคืนให้โจทก์หรือจำเลยเมื่อคดีเสร็จสิ้น เงินฝากสำหรับส่งคำคู่ความ จำนวน 437 ล้านบาท (เงินที่คู่ความวางไว้เพื่อส่งเอกสารทั่วประเทศ
ถือเป็นเงินรับฝากรอจ่าย) เงินรับฝากค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ จำนวน 43 ล้านบาทเศษ (รอจ่ายให้ฝ่ายที่ชนะคดีหรืออนุญาโตตุลาการ) เงินค่าใช้จ่ายอนุญาโตตุลาการ จำนวน 11 ล้านบาทเศษ (รอจ่าย)
ส่วนที่ 2: เงินที่นำไปฝากคลังไว้ เป็นเงินคงคลังที่ฝากไว้เพื่อเตรียมใช้จ่ายตามภารกิจเฉพาะ ประกอบด้วย เงินประกันสัญญา จำนวน 195 ล้านบาท (ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งมีภาระผูกพันต้องจ่ายคืนหลักประกันเมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วน) เงินค่าธรรมเนียมศาล จำนวนกว่า 9,000 ล้านบาท เงินค่าใช้จ่ายในการบังคับคดี จำนวน 253 ล้านบาท
เงินฝากเพื่อบูรณทรัพย์สิน จำนวน 93,000 บาทเศษ เงินฝากค่าธรรมเนียมสอบการแข่งขัน จำนวน 489,000 บาท นอกจากนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมยังได้ชี้แจงถึงประเด็นที่ตัวเลขในงบการเงินปี 2568
มีจำนวนสูงกว่าปี 2567 ว่า สาเหตุหลักเกิดจาก ปริมาณคดีที่เข้าสู่ศาลเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เงินฝากหรือเงินกลางที่คู่ความต้องนำมาวางทรัพย์และวางหลักประกันต่อศาล ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ทั้งนี้ ภายหลังผู้แทนของสำนักงานศาลยุติธรรมได้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด คณะกรรมาธิการมีความเข้าใจในโครงสร้างของงบการเงินดังกล่าวและไม่ติดใจในประเด็นนี้อีก อย่างไรก็ตาม
สำนักงานศาลยุติธรรมระบุว่าขอน้อมรับข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการฯ และจะนำไปปรับปรุงวิธีการอธิบาย ตลอดจนการให้ข้อมูลในรายงานงบการเงินให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าศาลยุติธรรมมีเงินรายรับจำนวนมากที่สามารถนำไปใช้จ่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



