‘เท้ง’ ลั่นก้าวสู่ปีที่ 3 ‘ปชน.’ สานต่อภารกิจ ‘อนาคตใหม่-ก้าวไกล’ ซัดระบอบสีน้ำเงิน ทำหลักนิติรัฐ-นิติธรรมสั่นคลอน
อัปเดตเมื่อ: 9 สิงหาคม 2569 เวลา 14:29อ่าน 3 นาที

9 ส.ค.2569-นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ – Natthaphong Ruengpanyawut” เรื่อง 2 ปี พรรคประชาชน
ประเด็นสำคัญ
กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของ ‘ประชาชน’ เนื้อหาดังนี้ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว 9 สิงหาคม 2567 คือวันที่ ‘พรรคประชาชน’ ถือกำเนิดขึ้น
เพื่อรับไม้ต่อภารกิจและอุดมการณ์ทางการเมืองหลังการยุบพรรคก้าวไกล แต่หากย้อนให้ไกลกว่านั้น จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้ต้องมองกลับไปถึงวันที่ 7 สิงหาคม 2559 วันที่รัฐธรรมนูญ
รายละเอียดเพิ่มเติม
2560 ได้รับความเห็นชอบจากการทำประชามติ และกลไกจากรัฐประหาร 2557 โดย คสช. ถูกวางไว้ในกติกาสูงสุดของประเทศ เพื่อให้กลุ่มการเมืองของผู้ทำรัฐประหารสืบทอดอำนาจได้โดยง่าย ปี 2561
พรรคอนาคตใหม่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับความหวังที่จะสร้างการเมืองแบบใหม่ โดยมีเป้าหมายที่เรียบง่ายแต่สำคัญที่สุด คือ ‘อนาคตที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน’ แม้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ
และต่อมาพรรคก้าวไกลต้องสิ้นสุดการเดินทางลงเช่นเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงตั้งมั่น คือ ความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยกระบวนการประชาธิปไตย เพื่อให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
สถานการณ์ล่าสุด
ปี 2566 พรรคก้าวไกลพิสูจน์ให้เห็นว่า เราสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งได้ แม้จะอยู่ภายใต้กติกาที่ไม่เป็นธรรม และแม้เสียงของประชาชนจะไม่ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นรัฐบาล
แต่ภารกิจของพวกเรายังเดินหน้าต่อ ในฐานะฝ่ายค้านที่ทำงานตรวจสอบอย่างเข้มข้น และพยายามผลักดันร่างกฎหมายสำคัญๆ อย่างเต็มกำลัง วันนี้ พรรคประชาชนกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ตลอด 2
ปีที่ผ่านมา เราอาจไม่ได้เป็นรัฐบาล และผลการเลือกตั้ง 2569 อาจไม่ได้เป็นไปอย่างที่พวกเราหวัง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เป้าหมายของเราเปลี่ยนไป
มุมมองและผลกระทบ
การชนะการเลือกตั้งและเข้าไปใช้อำนาจรัฐเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญ แต่ในระหว่างทาง เราจะใช้ทุกพื้นที่ ทุกอำนาจ และทุกโอกาสที่ประชาชนมอบให้
เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ในยุคสมัยที่กลุ่มผู้ทำรัฐประหารหมดอำนาจลงแล้ว กลไกต่างๆ ที่ถูกวางไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560
กลับกลายเป็นเครื่องมือสำคัญให้บางกลุ่มการเมืองนำไปใช้ประโยชน์ จนทำให้เกิดสิ่งที่เราเรียกกันว่า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ปรากฏการณ์นี้ทำให้หลักนิติรัฐและนิติธรรมสั่นคลอน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การบังคับใช้กฎหมายและระบบยุติธรรมถูกตั้งคำถาม นำมาสู่โจทย์ใหม่ๆ ที่เราต้องหาทางออกร่วมกัน นั่นคือ เราจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรัฐล้มเหลว
เราจะยกระดับศักยภาพตัวเองใหม่ได้อย่างไร นอกจากความท้าทายทางการเมืองภายในประเทศ อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่เราต้องออกแบบยุทธศาสตร์การรับมือมหาอำนาจ
ว่าเราจะสามารถสร้างข้อตกลงเพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดอย่างไร แต่คำถามสำคัญของการเมืองไทยวันนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ว่า เราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับใคร หรือเชื่อในวิธีการแบบไหน
หากแต่คือคำถามว่า เราต้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



