นายกฯ แสดงวิสัยทัศน์ต่อสำนักเลขาธิการอาเซียน ชู 3 แนวทางขับเคลื่อนอาเซียน หนุนแก้ปัญหาเมียนมา-เปิดบทใหม่สัมพันธ์กัมพูชา
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 15:55อ่าน 3 นาที

วันนี้ (4 สิงหาคม) ที่สำนักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือกับ เกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน
ประเด็นสำคัญ
ในระหว่างการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยมีความมุ่งมั่นในการสร้างอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียว และมีบทบาทที่โดดเด่นบนเวทีโลก
อีกทั้งพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักเลขาธิการอาเซียนในทุกด้าน เพื่อสร้างประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็ง พร้อมระบุว่าตั้งใจจะเข้าร่วมการประชุมอาเซียนที่กรุงมะนิลาในช่วงปลายปีนี้ด้วย
รายละเอียดเพิ่มเติม
นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงแนวทางของไทยในการสนับสนุนอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียว โดยในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ไทยจะให้การต้อนรับประธานาธิบดีเมียนมา ณ ทำเนียบรัฐบาล
ขณะที่เลขาธิการอาเซียนชื่นชมความสำเร็จของการเดินทางเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่าเป็นการตอกย้ำบทบาทของไทยในอาเซียน
และยืนยันพร้อมสนับสนุนไทยในการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2028 ทั้งนี้ เลขาธิการอาเซียนระบุว่า อาเซียนกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลง
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งต้องอาศัยเจตนารมณ์ทางการเมืองที่เข้มแข็งของผู้นำ เช่น ผู้นำไทย เพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค รวมถึงสร้าง ASEAN ที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น (A Stronger ASEAN)
ระหว่างการหารือ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่าไทยยึดมั่นการใช้กลไกตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นภาคีของ UNCLOS จึงสามารถใช้เป็นกรอบในการเจรจาระหว่างกันได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่กัมพูชาตัดสินใจเลือกใช้กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory
มุมมองและผลกระทบ
Conciliation) แทน ซึ่งผลของกระบวนการดังกล่าวไม่มีผลผูกพันต่อประเทศคู่กรณี ทั้งนี้ เลขาธิการอาเซียนแสดงความเข้าใจต่อสถานการณ์ พร้อมย้ำว่าอาเซียนควรรักษาความเป็นหนึ่งเดียว
และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดี เนื่องจากไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกัน จากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงแสดงวิสัยทัศน์ของไทยต่ออนาคตอาเซียน
โดยมีคณะผู้แทนถาวรประจำสำนักเลขาธิการอาเซียนและนักการทูตจากกว่า 100 ประเทศเข้าร่วมรับฟัง พร้อมเสนอ 3 แนวทางสำคัญ เพื่อให้อาเซียนสามารถรับมือกับความท้าทายของโลก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
รักษาบทบาทนำของภูมิภาค และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชน นายกรัฐมนตรีย้ำว่า โลกปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายที่เชื่อมโยงกันทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี
และความมั่นคง ซึ่งไม่อาจแก้ไขได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่ง โดย ‘ความท้าทายระดับภูมิภาค จำเป็นต้องอาศัยคำตอบในระดับภูมิภาค’ แนวทางแรก การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยมที่เข้มแข็ง
(Stronger Regionalism) นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ในโลกที่มีความแตกแยกมากขึ้น ความเป็นเอกภาพและความเป็นแกนกลางของอาเซียนยิ่งมีความสำคัญ
หลักฉันทามติและหลักไม่แทรกแซงกิจการภายในยังคงเป็นรากฐานสำคัญ แต่ควรนำมาใช้อย่างยืดหยุ่นและเหมาะสม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



