สรรเพชร ลุย ‘มิสซิงลิงก์’ ภาคใต้ รบ.ทุ่ม 2.7 หมื่นล. เชื่อมฝั่งอ่าวไทย-อันดามัน ชุมพร-ระนอง 110 กม.
อัปเดตเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 06:19อ่าน 3 นาที

สรรเพชร ลุย ‘มิสซิงลิงก์’ ภาคใต้ รบ.ทุ่ม 2.7 หมื่นล้าน เชื่อมฝั่งอ่าวไทย-อันดามัน ชุมพร-ระนอง 110 กม. เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายสรรเพชญ บุญญามณี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเดินหน้าผลักดันโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงชุมพร–ท่าเรือระนอง เพื่อเติมเต็มจุดเชื่อมสำคัญ (Missing Link)
ของโครงข่ายระบบรางไทย มุ่งเชื่อมโยงโครงข่ายถนน รถไฟ ท่าเรือ สนามบิน และด่านชายแดน ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
รายละเอียดเพิ่มเติม
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการลงทุนรายโครงการ แต่เป็นการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานที่ประเทศลงทุนไว้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านการเดินทาง การขนส่ง
และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงชุมพร-ท่าเรือระนอง ถือเป็นจุดเชื่อมยังขาดหายของระบบรางไทย
ทำให้โครงข่ายรถไฟสายหลักสามารถเชื่อมต่อกับท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามันได้เป็นครั้งแรก โครงการมีระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร วงเงินลงทุนกว่า 27,000 ล้านบาท
สถานการณ์ล่าสุด
แม้จะเป็นเส้นทางระยะสั้นเมื่อเทียบกับโครงการรถไฟสายหลักอื่น แต่เป็นจุดเชื่อมยุทธศาสตร์ จะทำให้การลงทุนด้านระบบรางของประเทศเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายเดียวอย่างสมบูรณ์
เสมือนการเติมเต็มชิ้นส่วนสุดท้ายของจิ๊กซอว์คมนาคมไทย นายสรรเพชญกล่าวว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ สินค้าจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้
จะขนส่งทางรางตรงสู่ท่าเรือระนองได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายเป็นรถบรรทุกช่วงสุดท้าย ช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ลดระยะเวลาขนส่ง เพิ่มความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ
มุมมองและผลกระทบ
และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มทางเลือกการเชื่อมโยงการค้าระหว่างฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน
โดยโครงข่ายรถไฟจะสามารถเชื่อมต่อกับท่าเรือสำคัญฝั่งอ่าวไทย ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือมาบตาพุด ควบคู่กับการเชื่อมต่อท่าเรือระนอง ป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน
ออกสู่มหาสมุทรอินเดีย เชื่อมโยงการค้ากับประเทศสมาชิก BIMSTEC รวมถึงตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกา รองรับการขยายตัวของการค้าโลก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบโลจิสติกส์ไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก ยังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง ช่วยดึงดูดการลงทุนด้านคลังสินค้า
ศูนย์กระจายสินค้า ธุรกิจโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้ประชาชน รวมถึงเพิ่มโอกาสให้สินค้าเกษตร สินค้าประมง และสินค้าแปรรูปของภาคใต้
เข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยต้นทุนสามารถแข่งขันได้ นายสรรเพชญกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การผลักดันโครงการจะดำเนินการบนหลักการพัฒนาอย่างสมดุล
มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานเกี่ยวข้อง พิจารณาโครงการอย่างรอบด้าน ทั้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



