ศาลนัดชี้ชะตา สามารถ-แม่-บอสพอล คดีฟอกเงิน ดิไอคอน กรุ๊ป 26 ก.ย.นี้
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 13:14อ่าน 3 นาที

ศาลนัดชี้ชะตา สามารถ-แม่ และบอสพอล คดีฟอกเงิน ดิไอคอนกรุ๊ป 26ก.ย.นี้ ด้านเจ้าตัวและแม่ยืนยันสู้ทุกข้อกล่าวหา เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ศาลอาญา
ประเด็นสำคัญ
ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมเพื่อกำหนดนัดวันฟังคำพิพากษาคดีฟอกเงินหมายเลขดำ ฟ6/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช
อดีตประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย และอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ, นางวิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ มารดานายสามารถ, นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล อดีตประธานบริหารบริษัท
รายละเอียดเพิ่มเติม
ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เป็นร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำนวน 2.5 ล้านบาท
โดยเมื่อเวลา 08.50 น. นางวิลาวัลย์ แม่ของนายสามารถ ได้เดินทางมาถึงศาลโดยบอกว่าวันนี้แยกกันมากับลูกชาย และที่ผ่านมาเธอและลูกชายได้ให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา
พร้อมบอกว่าวันนี้เธอตั้งใจใส่ชุดสีขาวมา เพื่อแสดงออกให้เห็นว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรเลย ยังไงศาลท่านต้องเมตตา เพราะความยุติธรรมมีจริง
สถานการณ์ล่าสุด
ที่นี่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ต้องช่วยคุณแม่แน่นอน เมื่อถามถึงพยานหลักฐานก่อนหน้านี้ได้มีการยื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นางวิลาวัลย์ กล่าวว่ามีการยื่นเพิ่มเติม แต่เป็นหน้าที่ของทนายความ
แม่ไม่ได้รู้เรื่อง พร้อมย้ำว่าเธอและลูกชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ยังยืนยันว่าเป็นเงินบริจาคเพื่อทำบุญ อีกทั้งวันนี้เธอได้ดูดวงมา ทั้งดวงของเธอและลูกชาย
ดวงบอกว่าชนะคดีแน่นอน นางวิลาวัลย์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้พูดคุยและให้กำลังใจลูกชายมาโดยตลอด ซึ่งเราไม่ได้มีความกังวลอะไร
มุมมองและผลกระทบ
และเมื่อจบคดีนี้เธอก็สนับสนุนให้ลูกชายกลับมาเล่นการเมืองต่อ เพื่อมาช่วยเหลือประเทศไทย นายสามารถ ได้เดินทางมาศาลในเวลา 09.05 น. ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า
ยังยืนยันมาตั้งแต่ต้นและไม่เคยให้สัมภาษณ์เลยตั้งแต่ถูกกล่าวหา และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา ซึ่งตนไม่ได้กระทำความผิดและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยระบุว่ารัฐธรรมนูญมาตรา
3 วรรค 2 พูดถึงหลักความยุติธรรม ตั้งแต่รัฐบาลและศาลต้องอยู่ภายใต้หลักนิติธรรม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าหลักนิติธรรมจะคุ้มครองประชาชนและให้ความยุติธรรมซึ่งตนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งหากไปย้อนดูสิ่งที่ตนโดนเปรียบเทียบกับคนอื่น
ตนคิดว่าควรเรื่องนี้รอให้ศาลวินิจฉัยและค่อยมาคุยกัน แต่ตนยืนยันตั้งแต่วันแรกว่าไม่ได้กระทำความผิด เอาเป็นว่าถ้าใครมาเจอแบบตนจะรู้ว่ามันเป็นอย่างไร พร้อมให้รอคำพิพากษาก่อน
สำหรับพยานหลักฐานที่ชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงินนั้น ตนใช้ความจริงโดยประเด็นเรื่องการฟอกเงินต้องพูดถึงเจตนาพิเศษ ซึ่งไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จะไปพูดว่าใครฟอกเงิน เรื่องนี้ค่อยมาคุยกัน
นายสามารถกล่าวด้วยว่า เรื่องของเส้นทางการเงินนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณแม่และไม่ได้เกี่ยวข้องกับตน พร้อมตั้งคำถามถึง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



