เกษียณคือบทใหม่เฟสสองของชีวิตที่ยาว 25-30 ปี
อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 09:00อ่าน 3 นาที

โจทย์ใหญ่ของการวางแผนเกษียณยุคใหม่ ไม่ใช่ว่าคุณมีเงินเท่าไหร่ในวันเกษียณ แต่คือเงินก้อนนั้นจะอยู่กับคุณไปได้อีกกี่ปี และนั่นทำให้พอร์ตแบบเดิมที่ออกแบบไว้ครั้งเดียว
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
แล้วไม่ปรับแต่งอีกเลย อาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป โดยเฉพาะในวันที่บริบทของสังคมไทยค่อยๆ เปลี่ยนไป ประชากรไทยราว 1 ใน 5 มีอายุ 60 ปีขึ้นไปแล้ว ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 77-78 ปี และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องตามพัฒนาการทางการแพทย์ เท่ากับว่าคนเกษียณอายุ 60 ปี
รายละเอียดเพิ่มเติม
มีระยะเวลาหลังเกษียณที่ต้องบริหารเงินต่ออีกราว 25-30 ปี ยาวพอๆ กับช่วงชีวิตการทำงานครึ่งหนึ่ง เงินก้อนที่เคยคิดว่าน่าจะพออาจต้องทำงานหนักและยาวนานกว่าที่วางแผนไว้มาก
และความเสี่ยงที่แท้จริงของคนวัยเกษียณยุคนี้ ไม่ใช่การขาดทุนในปีใดปีหนึ่ง แต่คือการมีชีวิตยืนยาวกว่าเงินที่มี ความเสี่ยงที่แผนเกษียณส่วนใหญ่อาจยังมองข้าม พอร์ตการลงทุนแบบผสมทั่วไป
(multi-asset) มักถูกออกแบบมาเพื่อรับมือความเสี่ยงพื้นฐานสามอย่าง คือ ความผันผวนของตลาด (Volatility Risk) ความเสี่ยงขาลง (Downside Risk) และเงินเฟ้อ (Inflation Risk)
สถานการณ์ล่าสุด
แต่แผนเกษียณมีความเสี่ยงอีกสองชั้นที่พอร์ตทั่วไปไม่ได้ออกแบบมารองรับโดยเฉพาะ คือ Longevity Risk หมายถึงความเสี่ยงจากการอายุยืน ยิ่งอยู่นาน เงินยิ่งต้องทำงานนาน
การถือสินทรัพย์ปลอดภัยมากเกินไปตั้งแต่วันแรกของการเกษียณ อาจแปลว่าพอร์ตโตไม่ทันเงินเฟ้อในอีก 20 ปีข้างหน้า ความเสี่ยงอีกชั้นคือ ความเสี่ยงจากจังหวะการถอนเงิน (Sequence of Returns
Risk) การถอนเงินออกมาใช้ในช่วงที่พอร์ตกำลังติดลบ ทำให้ต้นทุนของการขาดทุนนั้นถูกล็อกไว้ถาวร และฟื้นกลับได้ยากกว่าคนที่ยังอยู่ในวัยทำงานและไม่ต้องถอนเงิน
มุมมองและผลกระทบ
นี่คือเหตุผลที่การวางแผนเกษียณสมัยใหม่ไม่ได้ถามแค่ว่าควรลงทุนในอะไร แต่ถามว่าสัดส่วนควรเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อเวลาผ่านไป ‘Glide Path’ ปรับพอร์ตอัตโนมัติ รองรับความเสี่ยงแต่ละช่วงวัย
แนวคิด Glide Path คือการออกแบบพอร์ตให้ค่อยๆ ปรับสัดส่วนสินทรัพย์ตามระยะห่างจากวันเกษียณ โดยอัตโนมัติ ช่วงต้น (Accumulation) ยังห่างจากวันเกษียณมาก
พอร์ตเน้นสินทรัพย์เติบโตอย่างหุ้นในสัดส่วนสูง เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน จากนั้นเมื่อเข้าใกล้วันเกษียณ สัดส่วนหุ้นจะทยอยลดลง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และเพิ่มน้ำหนักตราสารหนี้และสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างรายได้ เพื่อรักษามูลค่าพอร์ตในช่วงที่เริ่มทยอยถอนเงินออกมาใช้ (Decumulation) ความเสี่ยงหนึ่งที่นักลงทุนวัยเกษียณอาจมองข้ามไป คือ
การลงทุนที่เน้นรักษาเงินต้นให้มากที่สุด ลดสินทรัพย์เสี่ยงให้น้อยลงในทันที โดยลืมคำนึงถึงผลตอบแทนและความเสี่ยง ข้อมูลจำลองของ T. Rowe Price เปรียบเทียบคาดการณ์ผลตอบแทนระหว่างปี 2025
– 2045 ของ 2 พอร์ตการลงทุนที่มีการถอนเงินออกมาใช้ทุกปี ปีละ 6% พบว่าพอร์ตวัยเกษียณที่เริ่มต้นด้วยสัดส่วนหุ้น 51% และใช้กลยุทธ์ Glide Path เพื่อทยอยลดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างเหมาะสม
ช่วยเพิ่มโอกาสให้พอร์ตเติบโต ใน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



