น่าน เตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ 23 ส.ค.นี้ ย้ำ 4 อำเภอ เฝ้าระวัง ติดตามแจ้งเตือน
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 09:35อ่าน 2 นาที

รัฐบาล เกาะติดสถานการณ์ลุ่มน้ำน่าน หลังระดับน้ำเริ่มคลี่คลาย ขณะเดียวกันเตรียมพร้อมรับมือฝนระลอกใหม่ 23 ส.ค.นี้ ย้ำ 4 อำเภอ เฝ้าระวัง ติดตามแจ้งเตือน เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2569
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.น่าน อย่างต่อเนื่อง หลังระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มทรงตัว และทยอยลดลง
พร้อมเตรียมความพร้อมรองรับฝนที่คาดว่า จะกลับมาตกเพิ่มบริเวณพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่านในวันที่ 23 ส.ค.นี้ โดยเน้นติดตามข้อมูลฝน มวลน้ำ และสภาพพื้นที่อย่างใกล้ชิด
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อให้สามารถแจ้งเตือน และเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า จากการประเมินของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)
พื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่านที่ต้องติดตามในวันที่ 23 ส.ค. ได้แก่ อ.ปัว อ.สองแคว อ.เชียงกลาง และอ.ทุ่งช้าง ซึ่งอาจมีปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชม. ประมาณ 50–70 มม.
โดยปริมาณฝนที่คาดการณ์ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับช่วงฝนหนักที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากดินในบางพื้นที่ยังมีความชื้นสะสมจากฝนที่ผ่านมา
สถานการณ์ล่าสุด
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด “แม้ฝนระลอกนี้คาดว่าจะไม่สูงเท่ากับช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อดินยังมีความชื้นสะสม ความสามารถในการรองรับน้ำฝนใหม่จะลดลง
และน้ำอาจไหลลงสู่ลำน้ำได้เร็วขึ้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูล
และการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็วหากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง” น.ส.ลลิดากล่าว รองโฆษกรัฐบาล กล่าวย้ำว่า แม้สถานการณ์ในหลายพื้นที่มีแนวโน้มดีขึ้น แต่รัฐบาลยังไม่ประมาท
มุมมองและผลกระทบ
โดยเฉพาะฝนในพื้นที่ต้นน้ำวันที่ 23 ส.ค.นี้ ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการเป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่บริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน
และพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงพื้นที่อ.ท่าวังผา อ.เมืองน่าน อ.ภูเพียง และอ.เวียงสา ซึ่งยังต้องติดตามมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบน ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูล
การแจ้งเตือน กำลังเจ้าหน้าที่ และเครื่องมือไว้รองรับสถานการณ์แล้ว
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



