ไทยพลัสเฟส2ยังลุ้นต่อ สศช.ขยับจีดีพี69โต2.2
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

“ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2” ยังไม่ชัด “อนุทิน” บอกอะไรทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีต้องคิดทุกวัน แต่ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ-ประชานิยม “สศช.-คลัง” ประสานเสียงขอดูผลรอบแรกก่อน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สภาพัฒน์ปรับตัวเลขจีดีพีทั้งปีโต 2.2% หลังไตรมาส 2 ขยับผิดคาด “เอกนิติ” อวยภาคเอกชนเป็นพระเอกลงทุนสูงสุดรอบ 11 ปี ย้ำคาดการณ์ถูกต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
ประคองกำลังซื้อ-ปรับเปลี่ยนพลังงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มโครงการไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 ว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
เราต้องสมดุลกันตลอดเวลา เศรษฐกิจต้องเดินไปได้ ประชาชนได้ลดค่าใช้จ่าย รัฐบาลบริหารจัดการงบประมาณได้ มันต้องมีหลายองค์ประกอบที่มันบรรจบเข้าด้วยกัน
รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่รูปแบบของการดูแลต้องไม่ใช่รัฐสวัสดิการ ไม่ใช่ประชานิยม ต้องเป็นการร่วมกันและเป็นช่วงเวลาจังหวะที่ดี เมื่อถามว่า
ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 ต้องมีใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อะไรที่ทำให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีเราต้องคิดทุกวัน มันไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว ถามอีกว่า
สถานการณ์ล่าสุด
เงินในคลังยังสามารถนำมาใช้ในเรื่องนี้ได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยขาด นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือน เนื่องจากจีดีพีไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นข้อมูลในอดีตและเกิดขึ้นก่อนมีมาตรการไทยช่วยไทยพลัส
จึงยังไม่สะท้อนผลของมาตรการ ดังนั้นหลังมาตรการสิ้นสุดยังไม่ควรเร่งสรุปว่าต้องมีมาตรการใหม่ทันที แต่ควรรอดูข้อมูลเศรษฐกิจรายเดือนก่อน เพื่อประเมินสถานการณ์และผลมาตรการที่ดำเนินอยู่
มุมมองและผลกระทบ
ขณะเดียวกันการใช้จ่ายเงินตาม พ.ร.ก.ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและตรงเป้าหมายที่สุด นายดนุชายังแถลงถึงภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า ขยายตัว 1.9%
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่ สศช.เคยคาดไว้ราว 1.15% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการส่งออกและการลงทุนของภาคเอกชน โดยการลงทุนรวมขยายตัว 9.1%
ซึ่งการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวถึง 13.4% เพิ่มจาก 10.1% ในไตรมาสแรก และขยายตัวสูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส ขณะที่การลงทุนภาครัฐหดตัว 1.6% จากที่ขยายตัว 9.4% ในไตรมาสแรก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เนื่องจากการลงทุนรัฐวิสาหกิจลดลง 12.2% แม้การลงทุนรัฐบาลยังขยายตัว 4.9% สศช.จึงเร่งรัดการเบิกจ่ายโครงการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี ส่วนด้านการส่งออกสินค้าและบริการขยายตัว 12.5%
โดยการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น 14.1% ได้แรงหนุนจากสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนการนำเข้าสินค้าขยายตัวสูงถึง 27.2% จากการนำเข้าน้ำมันดิบ ชิ้นส่วนแผงวงจรรวม
และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เพื่อรองรับการผลิตและส่งออก ส่งผลให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2 ราว 12% ของจีดีพี แต่หากหักผลจากน้ำมันและทองคำ ไทยยังเกินดุลการค้าประมาณ 9,000
ล้านดอลลาร์ ส่วนการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 1.9% ชะลอจ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



