กรมการแพทย์แนะผู้ปกครองจำกัดการเสพสื่อ หลังเหตุรุนแรง หวั่นกระทบจิตใจเด็ก ย้ำสังเกตอาการ 2-4 สัปดาห์
อัปเดตเมื่อ: 7 สิงหาคม 2569 เวลา 17:27อ่าน 3 นาที

กรมการแพทย์แนะผู้ปกครองจำกัดการเสพสื่อ หลังเหตุรุนแรง หวั่นกระทบจิตใจเด็ก ย้ำสังเกตอาการ 2-4 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า
ประเด็นสำคัญ
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย และขอให้กำลังใจผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงที่โรงเรียนในจังหวัดนนทบุรี
เหตุการณ์ความรุนแรงที่ปรากฏส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจของผู้ปกครองและบุตรหลาน ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้บุตรหลานได้รับผลกระทบทางด้านอารมณ์และจิตใจจากเหตุการณ์นี้ กรมการแพทย์
รายละเอียดเพิ่มเติม
มีคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ปกครองในการดูแลบุตรหลาน คือการใช้สื่อของเด็ก ควรจำกัดเวลาในการเข้าถึงสื่อต่างๆ เพื่อให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่จำกัด
ไม่มากหรือวนเวียนแต่สิ่งที่ทำให้หดหู่ใจ หากเด็กต้องเข้าถึงสื่อ ควรมีผู้ปกครองดูอยู่ด้วย เพื่อป้องกันการเห็นภาพหรือเนื้อหาที่มีความรุนแรง หรือสร้างความสะเทือนใจแก่เด็ก
ในเด็กโตที่เล่นโซเชียลมีเดีย ผู้ปกครองควรแนะนำเรื่องการใช้โซเชียลอย่างเหมาะสม เช่น หยุดส่งต่อภาพความรุนแรง การวิพากษ์วิจารณ์ข่าวผ่านโซเชียล โดยสิ่งที่สามารถทำได้ เช่น
สถานการณ์ล่าสุด
การให้กำลังใจผ่านโซเชียล การส่งต่อความช่วยเหลือ เป็นต้น ด้าน นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
พร้อมให้บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตเด็กและครอบครัว ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 1415 โดยมีทีมแพทย์ด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น และสหวิชาชีพ ให้คำแนะนำ นอกจากนี้
ยังมีให้บริการตรวจประเมินสุขภาพจิตเด็กผู้ป่วยนอกในเวลาราชการ โดยให้ความสำคัญด้านบริการส่งเสริม ป้องกัน บำบัด รักษา ฟื้นฟู ตามมาตรฐานวิชาชีพแบบองค์รวมในระดับตติยภูมิ
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อดูแลเด็กและครอบครัวได้อย่างครอบคลุมและมีคุณภาพ พญ.ศิริรัตน์ อุฬารตินนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น กล่าวว่า หลังเผชิญเหตุการณ์ความรุนแรง
เด็กและวัยรุ่นจำนวนมากจะมีปฏิกิริยาทางอารมณ์และทางร่างกายในช่วงแรก ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติต่อเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ไม่ใช่ความผิดปกติทางจิตเวช โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ หวาดกลัว
วิตกกังวล ร้องไห้ง่าย หรือหงุดหงิดมากกว่าปกติ นอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือไม่กล้านอนคนเดียว ติดผู้ปกครองมากขึ้น ไม่อยากแยกจาก หรือไม่อยากไปโรงเรียน ปวดศีรษะ ปวดท้อง เบื่ออาหาร
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยตรวจไม่พบสาเหตุทางกาย เด็กเล็กอาจมีพฤติกรรมถดถอย เช่น ปัสสาวะรดที่นอน หรือเล่นเลียนแบบเหตุการณ์ซ้ำๆ วัยรุ่นอาจแสดงออกเป็นความโกรธ การแยกตัว หรือไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
ปฏิกิริยาเหล่านี้มักค่อยๆ ลดลงภายใน 2-4 สัปดาห์ เมื่อเด็กได้รับความมั่นใจในความปลอดภัย ได้รับการรับฟังโดยไม่ถูกบังคับให้เล่า และได้กลับสู่กิจวัตรประจำวันตามปกติโดยเร็ว
ผู้ปกครองจึงไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก แต่ควรสังเกตอาการอย่างต่อเนื่อง และดูแลอารมณ์ของตนเองด้วย เนื่องจากเด็กรับรู้ความกังวลของผู้ใหญ่ได้ไวกว่าเนื้อหาข่าว
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



