MCATT เยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบเหตุรุนแรง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 00:08อ่าน 3 นาที

วันนี้ (7 ส.ค.2569) กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข แสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อประชาชน นักเรียน ครู และผู้ปกครอง
ประเด็นสำคัญ
ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงโดยใช้อาวุธปืนภายในสถานศึกษาในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เร่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่
จัดส่งทีมเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) เข้าปฏิบัติการปฐมพยาบาลทางจิตใจ พร้อมวางโครงสร้างการฟื้นฟูสุขภาพจิต อย่างเป็นระบบครอบคลุมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
รายละเอียดเพิ่มเติม
ระดมกำลังสหวิชาชีพ 82 คน ปักหลัก 3 จุดสำคัญ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ในพื้นที่ อ.บางกรวย จะคลี่คลายแล้ว แต่บาดแผลทางจิตใจของนักเรียน ครู
ผู้ปกครอง และผู้เห็นเหตุการณ์ยังคงต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน กรมสุขภาพจิตจึงบูรณาการร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี และ รพ.พระนั่งเกล้า จัดส่งทีมสหวิชาชีพรวมทั้งสิ้น 82
คน จาก 4 สถาบันหลัก ได้แก่ รพ.ศรีธัญญา ศูนย์สุขภาพจิตที่ 4 สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ และกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต
สถานการณ์ล่าสุด
ลงพื้นที่ให้บริการปฐมพยาบาลจิตใจ ณ 3 จุดปฏิบัติการ ได้แก่ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี รร.ชาญรัตน์วิทยา และ รพ.บางใหญ่ จำแนก 4 กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบพร้อมแผนเยียวยา กรมสุขภาพจิต
ได้วางโครงสร้างการดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ โดยแบ่งตามระดับความใกล้ชิดกับเหตุการณ์ออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม A: ผู้บาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียชีวิต กลุ่ม B:
ผู้ได้รับบาดเจ็บ ญาติ รวมถึงนักเรียนและบุคลากรที่อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง กลุ่ม C: ผู้ปกครอง นักเรียน และบุคลากรทั้งหมดของโรงเรียน กลุ่ม D:
มุมมองและผลกระทบ
ประชาชนทั่วไปที่ได้รับรู้ข่าวสารและเกิดภาวะวิตกกังวล สำหรับแผนการดำเนินงานระยะสั้น (1–14 วันแรก) ทีม MCATT จะประเมินความเสี่ยงและจัดกิจกรรมเยียวยาจิตใจแก่เด็กและครู
เมื่อกลับเข้าสู่โรงเรียน รวมถึงจัดทำแผนดูแลรายครอบครัวสำหรับผู้สูญเสีย ส่วนระยะกลาง (2–12 สัปดาห์) จะเป็นการติดตามฟื้นฟูรายบุคคล เฝ้าระวังภาวะผิดปกติหลังเผชิญเหตุสะเทือนขวัญ (PTSD)
ส่งต่อเคสเสี่ยงเข้าสู่ระบบรักษา และสร้างความเข้มแข็งทางใจในระดับชุมชน เตือนสังคมงดแชร์ภาพความรุนแรง อธิบดีกรมสุขภาพจิต ขอความร่วมมือจากประชาชนและสื่อมวลชนอย่างเน้นย้ำ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ให้หลีกเลี่ยงการส่งต่อภาพ คลิป หรือเนื้อหาที่มีความรุนแรง รวมถึงการนำเสนอรายละเอียดวิธีการก่อเหตุหรือตัวผู้ก่อเหตุเกินความจำเป็น เพื่อเคารพศักดิ์ศรีของผู้ประสบเหตุ
และป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนซึมซับพฤติกรรมความรุนแรง พร้อมแนะนำผู้ปกครองและครูให้ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด รับฟังความรู้สึกด้วยความเข้าใจ ไม่บังคับให้เล่าเหตุการณ์ซ้ำ ๆ
และช่วยให้เด็กกลับคืนสู่วิถีชีวิตปกติ ทั้งนี้ หากพบเด็กมีอาการผิดปกติ เช่น หวาดกลัว ฝันร้าย นอนไม่หลับ หรือปฏิเสธการไปโรงเรียนต่อเนื่องเกิน 2–4 สัปดาห์ ควรพาไปพบแพทย์
หรือติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง อ่า…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



