เรื่องดีดี ‘ประเทศไทย’ ( 2 )
อัปเดตเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 20:48อ่าน 3 นาที

สัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมนาเรื่อง National Director Conference 2026 เรื่อง ปัญญาประดิษฐ์ภายใต้การกำกับของปัญญามนุษย์ Artificial Interligence AI กระแส AI
ประเด็นสำคัญ
ในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญจากการลงทุนมหาศาลและการเติบโตอย่างรวดเร็ว สู่การคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ความท้าทายด้านพลังงานและผลกระทบต่อตลาดแรงงานอย่างแท้จริง จากข้อดี AI
ทำงานเร็ว ไม่มีเหนื่อย แม่นยำสูง ทุ่นแรงงานซ้ำ ๆ และวิเคราะห์ลึก แต่ข้อเสียก็มีเช่นกัน ทุนสร้างสูง ขาดอารมณ์ ไร้ความคิดริเริ่ม อาจให้ข้อมูลมั่ว กระทบการจ้างงาน จากรายงาน Pwc
รายละเอียดเพิ่มเติม
การสำรวจ 1217 บริษัทมีเพียงร้อยละ 20 ที่จัดอยู่ในกลุ่ม AI leader สร้างมูลค่าผลตอบแทนที่ขับเคลื่อนโดย AI ไปร้อยละ 74ของกลุ่ม หมายความว่า AI
ไม่ได้สร้างมูลค่าอย่างเท่าเทียมกันในทุกองค์กร แต่สร้างผลตอบแทนมหาศาลให้กับบริษัทที่มีความพร้อมและสามารถแปลง AI ไปสู่การเติบโตทางธุรกิจได้จริง ในทางกลับกัน AI
ได้สร้างปัญหาให้กับองค์กรจนถึงต้องขอใช้อำนาจศาล เช่นกรณี ผู้ให้สินเชื่อรายหนึ่งในเยอรมัน ใช้ AI ในการประเมินคะแนนสินเชื่อส่งผลต่อความขุ่นเชื่องต่อขบวนการอนุมัติ
สถานการณ์ล่าสุด
หรือสายการบินในทวีปอเมริกาเหนือใช้ AI Chatbot.ให้ข้อมูลผิดพลาดแก่ ผู้โดยสาร ประเด็นเมื่อเกิดปัญหาขึ้นใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เรืองดีดีประเทศไทยเรื่องแรก ขอนำปาฐกถาปิดการประชุมจาก
พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ ( Phra Anil Sakya ) โดยได้ขออนุญาตนำสาระสำคัญบทสรุปมาลงในบทความนี้ “” ตลอดประวัติศาสตร์ มนุษย์ไม่เคยกลัวเครื่องมือที่ตนเองสร้างขึ้น
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ การที่เครื่องมือพัฒนาเร็วกว่า “ ปัญญา “ ของผู้ใช้ วันนี้ AI สามารถเขียนบทความได้ วิเคราะห์ข้อมูลได้ แต่งเพลงได้ วาดภาพได้ วินิจฉัยโรคได้ และอาจทำสิ่งต่าง
มุมมองและผลกระทบ
ๆ ได้ดีกว่ามนุษย์ในหลายด้าน แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ AI ไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้ นั่นคือ การรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจ AI ไม่รู้จักความถูกต้อง ไม่รู้จักเมตตา
และไม่รู้จักความหมายของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ยังเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่นั่งอยู่ในห้องนี้
เพราะทุกท่านมิใช่เพียงผู้บริหารองค์กรแต่คือผู้กำหนดทิศทางของสังคม การตัดสินใจของท่านในวันนี้จะส่งผลต่อพนักงานนับหมื่นคน ต่อผู้ถือหุ้น ต่อลูกค้า ต่อชุมชน และต่อคนรุ่นต่อไป
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ดังนั้นคำถามที่สำคัญที่สุดจึงไม่ใช่ AI จะฉลาดได้อีกเพียงใด แต่คือมนุษย์จะมีปัญญาพอที่จะใช้ความฉลาดนั้นหรือไม่ อาตมาจึงฝากหลักคิดง่าย ๆไว้สามประการ ประการแรก จงใช้ AI
เป็นผู้ช่วยในการคิดแต่อย่าให้ AI เป็นผู้ตัดสินแทนมโนธรรมของท่าน ข้อมูลช่วยให้เราเห็นข้อเท็จจริง แต่ปัญญาเท่านั้นที่จะทำให้เราเลือกสิ่งที่ถูกต้อง ประการที่สอง
จงสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับจริยธรรมไม่แพ้นวัตกรรม องค์กรที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต อาจไม่ใช่องค์กรที่มี AI ฉลาดที่สุด แต่เป็นองค์กรที่มีประชาชนไว้วางใจมากที่สุด
เพราะเทคโนโลยี่สามารถหาซื้อได้ แต่ความไว้วางใจต้องสร้างขึ้นด้วยความซื่อสัตย์ ความโ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



