"เอกนิติ" แจงเงินกู้ 2 แสนล้านเน้นเปลี่ยนผ่านพลังงาน - รอประเมินไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 18:36อ่าน 3 นาที

วันนี้ (8 ส.ค.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงการใช้เงินใน พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ในส่วนที่เหลือจะมีการจัดลำดับความสำคัญในการใช้งบประมาณอย่างไร เนื่องจากขณะนี้มีการขอโครงการเข้ามาจำนวนมาก ทั้งโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน นั้น นายเอกนิติ
ระบุว่า งบประมาณในส่วน 200,000 ล้านบาทแรก ขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 40,000 ล้านบาท ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ขอประเมินสถานการณ์ก่อน เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด
รายละเอียดเพิ่มเติม
จึงต้องใช้อย่างระมัดระวังและตรงเป้ามากที่สุด ซึ่งส่วนตัวมองว่าสิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนผ่านพลังงาน รมว.คลัง ยังกล่าวถึงกรณีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เล็งของบประมาณจาก
พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อใช้ในโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ประมาณ 1,750 - 2,000 ล้านบาท ว่า ส่วนตัวมองว่าไม่ได้ใช้งบประมาณมาก ซึ่งตนให้นโยบายว่าจะต้องใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์
เพื่อเยียวยาร้านค้าต่างๆ พร้อมยอมรับว่าแม้จะมีจำนวนเงินเหลือ แต่ต้องใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เหมือนกับไทยช่วยไทยพลัส ส่วนกรณีที่อาจมีเสียงวิจารณ์ว่า
สถานการณ์ล่าสุด
โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส อาจไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์เงินกู้คือจำเป็นเร่งด่วน หากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น นายเอกนิติ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอประเมินสถานการณ์ก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่า
หากต้องดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อในเฟส 2 จะใช้เงินในส่วน 200,000 ล้านบาทหลัง ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน มาใช้แทนในโครงการนี้ได้หรือไม่ นายเอกนิติ ระบุว่า ในทางกฎหมายใช้ได้
แต่ในทางปฏิบัติอยากจะเก็บไว้ใช้ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน พร้อมยอมรับว่า เงินจำนวน 50,000 - 60,000 ล้านบาท จะใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โครงการโซลาร์รูฟท็อป
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อช่วยประชาชนในการเปลี่ยนผ่านพลังงานโซล่า โดยมีสถาบันทางการเงินอย่างธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เข้ามาช่วยเรื่องสินเชื่อ จะมีการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
เพราะเราใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก ซึ่งในส่วนของก๊าซธรรมชาติคือการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการขายไฟคืน เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเป็น สมาร์ทมิเตอร์ และเรื่องระบบสายส่ง
เพราะเราต้องคิดทั้งระบบ ไม่เช่นนั้นอาจเหมือนในต่างประเทศที่ทำเรื่องพลังงานสะอาด และเมื่อไฟตกก็จะดับทั้งเมือง นายเอกนิติ ระบุอีกว่า นอกจากนี้ จะมีการเปลี่ยนผ่านด้านคมนาคม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยรัฐบาลอยากทำเรื่องรถขนส่งสาธารณะให้เป็นรถ EV ใน 7 กลุ่ม เนื่องจากรถเหล่านี้มีอายุการใช้งานยาวนาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ลงรายละเอียดและงบประมาณ
ส่วนกรณีที่หารือกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท แกร๊บโฮลดิ้งส์ จำกัด (ประเทศสิงคโปร์) เขาขอบคุณที่มีส่วนร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบ AI
คล้ายกับแอปพลิเคชันนกกระซิบ ส่งผลให้ยอดขายของพ่อค้าแม่ค้าผู้สูงขึ้นกว่า 68% ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าคำว่า "พลัส" เป็นการเพิ่มศักยภาพทำให้ร้านค้าเก่งขึ้น และเพิ่มรายได้ใ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



