19 องค์กรนิสิตนักศึกษา ร่อนแถลงการณ์ ค้านรัฐบาลต้อนรับ มิน ออง ไลง์ ชี้กระทบสิทธิ-สันติภาพเมียนมา
อัปเดตเมื่อ: 7 สิงหาคม 2569 เวลา 15:53อ่าน 3 นาที

19 องค์กรนิสิตนักศึกษา ร่อนแถลงการณ์ ค้านรัฐบาล ต้นรับ มิน อ่อง ไลง์ ชี้กระทบสิทธิมนุษยชน-สันติภาพเมียนมา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เครือข่ายสโมสรและองค์กรนิสิตนักศึกษาจาก 3
ประเด็นสำคัญ
มหาวิทยาลัย รวม 19 องค์กร ออกแถลงการณ์ร่วม กรณีรัฐบาลไทยให้การต้อนรับ พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ผู้นำคณะรัฐประหารประเทศเมียนมา ระบุว่า ตามที่ พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์
ผู้นำคณะรัฐประหารประเทศเมียนมา มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศไทย ขอแสดงจุดยืนคัดค้านท่าทีของรัฐบาลไทยและนายกรัฐมนตรีที่ให้การต้อนรับ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย อดีตผู้นำกองทัพเมียนมา
รายละเอียดเพิ่มเติม
ซึ่งก่อการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลประชาธิปไตยในปี 2564 ในฐานะนิสิตนักศึกษา สโมสรและองค์กรจาก 3 มหาวิทยาลัยที่ร่วมแถลงการณ์นี้ เห็นว่า พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์
เป็นตัวการก่อความขัดแย้งรุนแรงในเมียนมาตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้นักศึกษาชาวเมียนมาจำนวนมากต้องสูญเสียโอกาสทางการศึกษา
การต้อนรับบุคคลนี้จึงย่อมจะเป็นการส่งเสริมการทำลายอนาคตของเยาวชนชาวเมียนมาให้ดำเนินต่อไป การที่คณะทหารของบุคคลนี้ใช้ความรุนแรงในการรักษาอำนาจตลอดหลายปีที่ผ่านมา
สถานการณ์ล่าสุด
ยังก่อให้เกิดปัญหาภายในประเทศอีกมากมาย โดยเฉพาะปัญหาการลิดรอนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ซึ่งทำให้ชาวเมียนมาจำนวนไม่น้อยต้องลี้ภัยไปยังประเทศอื่น
รวมถึงปัญหาการจัดเลือกตั้งที่น่ากังขาที่เพิ่งเกิดขึ้น นอกจากนี้ การรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมายังทำให้เกิดปัญหาระหว่างประเทศอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตผู้พลัดถิ่น
ปัญหาความเปราะบางของชุมชนชายแดน ปัญหาการค้าชายแดน ความไม่มั่นคงในภูมิภาค และปัญหาสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ อาทิ กรณีสารพิษตกค้างในแม่น้ำกก ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทยด้วย
มุมมองและผลกระทบ
ดังนั้นการที่รัฐบาลไทยให้การต้อนรับบุคคลนี้อย่างเป็นทางการ หรือพัฒนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับระบอบที่ยังเป็นข้อถกเถียงในสายตาของนานาประเทศระบอบนี้
จึงไม่อาจสร้างเสถียรภาพระยะยาวระหว่างทั้งสองประเทศที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาใดๆ ได้
ทั้งยังเสี่ยงต่อการสร้างความชอบธรรมให้แก่ระบอบที่เป็นต้นเหตุของปัญหาระดับประเทศและระหว่างประเทศตามที่กล่าวไปด้วย หากรัฐบาลไทยมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ในภูมิภาคนี้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งล้วนเป็นภาระที่ประชาชนไทยและเมียนมาต้องร่วมแบกรับ และตั้งใจที่จะผลักดันให้ทั้งสองประเทศพัฒนาร่วมกันจริง ประเทศไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและสมาชิกอาเซียน
ควรดำเนินนโยบายโดยเน้นการผลักดันสันติภาพในเมียนมาที่ตั้งอยู่บนหลักสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองพลเรือนและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในเมียนมา
มากกว่าเลือกดำเนินนโยบายที่อาจสนับสนุนอาชญากรสงครามทางอ้อม
เพราะการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้นจนละเลยหลักสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรรม และเจตจำนงของประชาชนเมียนมา
มิใช่แนวทางที่นำไปสู่สันติภาพและการพัฒนาที่ยังยืน สโมสรและองค์กรจาก 3 มหาวิทยาลัยที่ร่วมแถลงการณ์นี้ จึงขอเร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



