เอกชน ชี้ ภาษี 12.5% ไม่หนักแต่ไทยยังเสี่ยงจากบัญชีเกินดุลสหรัฐ หวั่นเกษตรแปรรูปกระทบ
อัปเดตเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:13อ่าน 3 นาที

เอกชนชี้ ภาษี 12.5% ไม่หนักแต่ไทยยังเสี่ยงจากบัญชีเกินดุลสหรัฐ หวั่นเกษตรแปรรูปกระทบ นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตรา 12.5% ว่า แม้ประเทศไทยจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าที่เสียภาษีในอัตรา 12.5%
แต่ในภาพรวมยังถือว่าได้รับผลกระทบไม่รุนแรงมากนัก และยังอยู่ในระดับที่ผู้ประกอบการพอรับมือได้ เนื่องจากอัตราดังกล่าวมีความใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งสำคัญอย่างประเทศเวียดนาม
รายละเอียดเพิ่มเติม
แต่ทั้งนี้ ยังต้องติดตามการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง สำหรับกลุ่มประเทศที่โดนอัตรา 12.5% รวมถึงประเทศไทยนั้น สหรัฐฯ ใช้เกณฑ์พิจารณาจากกฎหมายภายใน
การบริหารจัดการสินค้านำเข้า และประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีทั้งไทย ยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์อยู่ในกลุ่มนี้ ขณะที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย และกัมพูชา ได้อัตรา 10% นายวิศิษฐ์
กล่าวว่า ทั้งนี้ แม้มาตรการภาษีรอบใหม่จะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ประเด็นภาษีตอบโต้ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด โดยหลายประเทศยังอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งไทยเองยังต้องหารือต่อเนื่อง
สถานการณ์ล่าสุด
โดยเฉพาะประเด็นการเกินดุลการค้ากับสหรัฐ เนื่องจากไทยยังติด 1 ใน 10 ประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯมากที่สุด และตัวเลขเกินดุลส่วนหนึ่งมาจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์
ฮาร์ดดิสก์ และอุปกรณ์เทคโนโลยี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการผลิตของบริษัทสหรัฐฯที่ตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม สินค้ากลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรการภาษี 12.5%
แต่ถูกจัดเก็บภาษีตามมาตรการเฉพาะอีกประเภทหนึ่ง นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ไทยยังคงอยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง (Watch List) ของสหรัฐด้านดุลบัญชีเดินสะพัด แม้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นจากเดิม
มุมมองและผลกระทบ
โดยปัจจุบันไทยผ่านเกณฑ์การประเมิน 2 ใน 3 ข้อ เหลือเพียง 1 ประเด็นที่ยังไม่ผ่าน ส่งผลให้สหรัฐยังสามารถนำประเด็นดังกล่าวมาใช้ประกอบการเจรจาทางการค้าได้ นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าที่น่าเป็นห่วง ตนมองว่า คือ สินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูป ซึ่งหลายรายการยังอยู่ภายใต้มาตรการภาษี 12.5% และอาจได้รับผลกระทบมากกว่าสินค้ากลุ่มอื่น
จึงเห็นว่าภาครัฐควรเร่งเจรจากับสหรัฐ พร้อมชี้แจงถึงความสำคัญของภาคเกษตรต่อเศรษฐกิจไทย รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดกับผู้บริโภคและเงินเฟ้อของสหรัฐเอง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แม้ยอมรับว่าการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯยังจำเป็นต้องมีข้อแลกเปลี่ยนระหว่างกัน นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทย ตนมองว่า
ผู้ซื้อในสหรัฐฯไม่น่าจะกดดันให้ผู้ส่งออกไทยลดราคาสินค้าอย่างเฉียบพลัน เพราะส่วนต่างภาษีอยู่ที่เพียง 2.5% จาก 10%
ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายสามารถหารือและแบ่งเบาภาระร่วมกันได้ ทั้งนี้
ตนประเมินเบื้องต้นว่าผลกระทบจากมาตรการภาษีใหม่ต่อภาคธุรกิจยังไม่ปรากฏชัดเจนมากนักเนื่องจากผู้นำเข้าในสหรัฐฯยังอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ และคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน
จึงจะเห็นทิศทา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



