สถานีคิดเลขที่ 12 | หนทางปฏิรูปราชการ โดย สุพัด ทีปะลา
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 11:45อ่าน 3 นาที

ปฏิรูปราชการ – ความพยายามที่จะปฏิรูประบบราชการไทยของรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เริ่มเห็นความชัดเจน และมีความคืบหน้าไปมาก เพราะล่าสุดที่ประชุม
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ครม.เห็นชอบ “แนวทางการปฏิรูปการบริหารจัดการกำลังคนและโครงสร้างภาครัฐ” ตามข้อเสนอของ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ มี 4 มาตรการสำคัญ มาตรการแรก ตรึงอัตรากำลัง
เห็นควรให้ชะลอการขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ในทุกกรณี โดยให้ส่วนราชการตรึงอัตรากำลัง บริหารอัตรากำลังที่มีอยู่ และบรรจุอัตราว่างเท่าที่จำเป็นตามผลการสอบแข่งขัน
รายละเอียดเพิ่มเติม
มาตรการที่สอง ลดขนาดกำลังคนภาครัฐ เห็นควรให้ยุบเลิก สายงานสนับสนุนที่ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการจ้างงานประเภทข้าราชการ เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณอายุ จำนวน 11 สายงาน เช่น
พนักงานธุรการ เฉพาะในราชการบริหารส่วนกลาง พนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ พนักงานห้องสมุด บรรณารักษ์ ยกเว้นกรณีกรมศิลปากร ยุบเลิกกรอบอัตราข้าราชการ ประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ
ชำนาญการ และประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการประเภทวิชาการและทั่วไป
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งเป็นอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการในปีงบฯ 2570 ยกเว้น แพทย์และทันตแพทย์ และผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายสำคัญ ลดอัตรากำลังข้าราชการลง 15% ภายในปีงบประมาณ
พ.ศ.2575 ลองคิดคำนวณโดยยึดฐานข้อมูลจำนวนกำลังคนภาครัฐของ ก.พ.ที่ประกอบด้วย ข้าราชการและกำลังประเภทอื่น รวมกว่า 3 ล้านคน เท่ากับว่าจะลดกำลังคนไปราว 5 แสนคนภายในอีก 6 ปี
มาตรการที่สาม ให้ทุกส่วนราชการทบทวนบทบาท ภารกิจ และการจัดโครงสร้างของหน่วยงานให้สอดรับกับมาตรการตรึงและยุบเลิกอัตรากำลัง รวมทั้งสอดคล้องกับหลักการปฏิรูปโครงสร้างส่วนราชการตามที่
มุมมองและผลกระทบ
ก.พ.ร.กำหนด เช่น ลดความซ้ำซ้อนของภารกิจในพื้นที่ระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น มาตรการที่สี่ มาตรการอื่นๆ เพื่อลดภาระงบประมาณค่าใช้จ่ายของประเทศในระยะยาว เช่น
การเกษียณอายุก่อนกำหนด ชะลอการกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้น นอกจาก 4 มาตรการดังกล่าว ยังมีประเด็นสำคัญที่ ครม.เห็นชอบ คือ “แนวทางการปรับปรุงการจัดส่วนราชการในภูมิภาค” สาระหลักๆ
ให้ยุติการจัดตั้งหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาคเพิ่มขึ้นใหม่ ทบทวนความจำเป็นในการคงอยู่ของหน่วยงานดังกล่าว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยให้รวมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ไปอยู่ภายใต้ส่วนราชการเดียว ต้องทำข้อเสนอต่อสำนักงาน ก.พ.ร.ภายใน 3 เดือนนับจากนี้ ยังมีแนวทางถ่ายโอนภารกิจให้ อปท.
หรือให้ภาคส่วนอื่นดำเนินการแทน และปรับปรุงการทำงานโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ ความจำเป็นที่ต้องปรับปรุงส่วนราชการในภูมิภาคนั้น สำนักงาน ก.พ.ร.ชี้ถึงสถานการณ์ว่า
การจัดส่วนราชการในภูมิภาคของกระทรวงและกรม ตาม พ.ร.บ.ปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 พบว่า “ส่วนราชการระดับ 163 กรม ใน 20 กระทรวง ได้แบ่งส่วนราชการภายในกรมเป็นส่วนระดับกองมากถึง
11,667…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



