ข้ามไปยังเนื้อหา

งานวิจัยเทคโนโลยี โดดลงจากหิ้ง สู่มือ1.2หมื่นครัวเรือน สร้างรายได้เพิ่มทุกเดือน

อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 12:20อ่าน 3 นาที

งานวิจัยเทคโนโลยี โดดลงจากหิ้ง สู่มือ1.2หมื่นครัวเรือน สร้างรายได้เพิ่มทุกเดือน
แชร์ข่าวนี้

นวัตกรรมเครื่องแยกหอยนางรม ประเทศไทยมีเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยมากกว่า 20,000 รายการ และเมื่อผ่านการคัดกรองด้านราคา การประยุกต์ใช้ สิทธิบัตร และผลสำเร็จในการใช้งาน

ประเด็นสำคัญ

มีอยู่ประมาณ 3,500 เทคโนโลยีที่สามารถพัฒนาเป็นคลังความรู้และนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่

หน่วยงานสังกัดสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. มีการรวบรวมเป็นคลังความรู้ในรูปแบบ Appropriate Technology

รายละเอียดเพิ่มเติม

Platform (AppTech Platform) เพื่อให้เกิดการนำใปใช้ประโยชน์ในวงกว้าง ทั้งระดับผู้ประกอบการ ธุรกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชน จนถึงระดับครัวเรือน

และหนึ่งในการต่อยอดนวัตกรรมไปสู่การใช้งานจริง ก็คือ การดำเนินแผนงาน “การวิจัยต่อยอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology)” ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน.

“ครัวเรือนในชนบทและผู้ประกอบการในพื้นที่ มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม (12,000 ครัวเรือนในชนบท มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 5,000 บาทต่อเดือน ภายใน 2 ปี)” โดยใช้ AppTech

สถานการณ์ล่าสุด

Platform ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี นักวิจัย มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ และครัวเรือน เข้าด้วยกัน ซึ่งสามารถติดตามรายได้ ต้นทุน เทคโนโลยี

และความก้าวหน้าของโครงการแบบ Real Time และนำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลจริง เครื่องทำข้าวเม่าให้แบน ลดการบาดเจ็บและเพิ่มประสิทธิภาพ ที่สำคัญ AppTech Platform

ยังมุ่งพัฒนาไปสู่ Technology Marketplace ที่เปลี่ยนจากการนำเทคโนโลยีจากนักวิจัยไปหาชุมชนมาเป็นการพัฒนาแบบ Demand-driven คือเริ่มจากปัญหาและความต้องการของชุมชน

มุมมองและผลกระทบ

แล้วให้นักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีมาตอบโจทย์โดยตรง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจาก Technology Push สู่ Demand-driven Innovation และทำให้งานวิจัยกลายเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ ลดต้นทุน

และยกระดับคุณภาพชีวิต มากกว่าจะเป็นเพียงผลผลิตทางวิชาการ หัวใจสำคัญของ Appropriate Technology คือการเปลี่ยนวัฒนธรรมจาก “การช่วยเหลือ” เป็น “การร่วมสร้าง” (Co-Creation) ที่ภาครัฐ

มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และชุมชนต้องร่วมกันพัฒนา โดยชุมชนไม่ใช่ผู้รอรับ แต่เป็นผู้ร่วมลงทุน ร่วมใช้ และร่วมพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งในระหว่างโครงการ

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ชุมชนสามารถทดลองใช้เทคโนโลยีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เมื่อโครงการสิ้นสุด ชุมชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะซื้อ เช่า หรือคืนเทคโนโลยี หากยอมลงทุนต่อ

นั่นหมายความว่าเทคโนโลยีนั้นสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้จริง นวัตกร เตาซูเปอร์บอล รองศาสตราจารย์ ดร.พีรเดช ทองอำไพ ประธานคณะทำงานกำกับทิศทาง พิจารณา ติดตามและประเมินผล

ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. กล่าวว่า ครัวเรือนในชนบทและผู้ประกอบการในพื้นที่ มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม 12,000 ครัวเรือนในชนบท มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น

5,000 บาทต่อเดือน ภายใน 2 ปี เป็นผลจาก เป้าหมายหลักของโครงการ คือ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยโพสต์ · งานวิจัยเทคโนโลยี โดดลงจากหิ้ง สู่มือ1.2หมื่นครัวเรือน สร้างรายได้เพิ่มทุกเดือน
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง