ข้ามไปยังเนื้อหา

คาดวันแม่ สะพัด 1.1 หมื่นล้าน พร้อมกางแผนวิกฤตอัตราเกิดน้อยกว่าตาย ทำประชากรหายปีละ 4 แสน

อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 16:12อ่าน 3 นาที

คาดวันแม่ สะพัด 1.1 หมื่นล้าน พร้อมกางแผนวิกฤตอัตราเกิดน้อยกว่าตาย ทำประชากรหายปีละ 4 แสน
แชร์ข่าวนี้

วันแม่ สะพัด 1.1 หมื่นล้านสูงสุดรอบ 7 ปี ไม่เน้นให้ของแต่พาเที่ยว พร้อมกางวิกฤตคนรุ่นใหม่เมินมีลูก นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีม.หอการค้าไทย

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันแม่ประจำปี 2569 คาดว่าจะมีเงินสะพัด 11,139 ล้านบาท

ถือเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบ 7 ปี แต่เมื่อเทียบกับปี 2568 มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.7% โดยหากไม่มีสถานการณ์สงครามสหรัฐและอิหร่านที่ทำให้น้ำมันแพง

รายละเอียดเพิ่มเติม

เชื่อว่าการขยายตัวของการใช้จ่ายในช่วงวันแม่จะดีกว่านี้ ทำให้การใช้จ่ายช่วงวันแม่สะท้อนถึงเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่โดดเด่น ประชาชนยังใช้จ่ายด้วยความระมัดระวัง

แต่ทุกคนต้องการมีวันครอบครัว พาแม่ไปเที่ยวหรือใช้ชีวิตกับครอบครัว ความคึกคักจึงจะใกล้เคียงกับปี 2568 แต่วันแม่ปีนี้ไม่ได้ตรงกับวันหยุด หากเป็นวันหยุดต่อเนื่อง

การใช้จ่ายอาจดีกว่านี้ นายธนวรรธน์ กล่าวว่า จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายวันแม่ ประชาชนส่วนใหญ่ 40.9% บอกว่าจะไม่ซื้อของขวัญวันแม่ 20.7% ซื้อทางออนไลน์ 20% ซื้อทั้งออนไลน์

สถานการณ์ล่าสุด

และออฟไลน์ และ18.4% ซื้อร้านค้าออฟไลน์ โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อ อันดับหนึ่งคือ โปรโมชั่น รองลงมาคือ คุณภาพของสินค้าราคาถูก และความน่าเชื่อถือ

ของขวัญยอดนิยมที่ซื้อให้แม่มากที่สุด คือ พวงมาลัยและดอกไม้ ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกาย วิตามินยารักษาโรค เครื่องนุ่มห่มรองเท้า สลากกินแบ่งรัฐบาล เงินสด หรือทองคำ ส่วนแผนทำกิจกรรมวันแม่

คนส่วนใหญ่ 52.1% วางแผนพาแม่ไปกินข้าว ใช้เงินเฉลี่ย 2,374 เพิ่มขึ้น 0.5% รองลงมา 36.6% พาแม่ไปทำบุญ ใช้เงินเฉลี่ย1,315 บาท เพิ่มขึ้น 1.9% และอีก 33.1% พาไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ใช้เงิน

มุมมองและผลกระทบ

1,669 เพิ่มขึ้น 1.6% และ 17.5% อยู่บ้าน ใช้เงิน 294บาท ลดลง 1.3% นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ส่วนงบประมาณในการใช้จ่ายวันแม่ปีนี้เทียบกับปีก่อน ส่วนใหญ่ 54.3% ตอบว่าไม่เปลี่ยนแปลง 23%

บอกว่าเพิ่มขึ้น และ 22.7% บอกว่าลดลง เหตุผลที่ใช้จ่ายลดลงเพราะค่าครองชีพแพงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ต้องการประหยัด รายได้ลดลง และหนี้สินตึงตัว

โดยได้มีการสอบถามถึงสถานะทางการเงินในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่ 53.3% ตอบว่า เหมือนเดิม 16.8% ตอบว่าดีขึ้น 13.6% ดีขึ้นมาก 13.4% มองว่าแย่ลง

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

และ2.9% แย่ลงมาก โดยพบว่าปัจจุบันคนส่วนใหญ่ยังมีเงินเพียงพอกับค่าใช้จ่ายวันแม่แต่ไม่มีเหลือเก็บ นายธนวรรธน์ กล่าวว่า จากการสำรวจปัญหาประชากรพบว่า เจนซี ไม่ต้องการมีบุตร 26.5%

และเจนวาย 53.2% รวมถึงยังไม่แน่ใจหรืออยู่ระหว่างตัดสินใจ เจนซี 45.6% เจนวาย 26.8% โดยเงื่อนไขหรือแรงจูงใจที่จะเปลี่ยนใจมีบุตร ต้องมีความมั่นคงทางอาชีพและรายได้มากขึ้น 25.4%

ได้รับเงินอุดหนุน/เงินสนับสนุนบุตรจากภาครัฐ 23.4% ได้รับการสนับสนุนจากคู่สมรสหรือครอบครัวมากขึ้น 16.5% มีมาตรการลดหย่อนภาษีเกี่ยวกับบุตร 13.4%

มีสวัสดิการเลี้ยงดูบุตรหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · คาดวันแม่ สะพัด 1.1 หมื่นล้าน พร้อมกางแผนวิกฤตอัตราเกิดน้อยกว่าตาย ทำประชากรหายปีละ 4 แสน
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง