“รู้ใจ” ครบ 10 ปี ดัน AI ขยายประกันสุขภาพ-Non-motor พร้อมตั้งเป้าปี 73 ชิงแชร์ตลาดรถยนต์ 6%
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 18:25อ่าน 3 นาที

รู้ใจประกันภัย ฉลองครบรอบ 10 ปี ประกาศแผนเดินหน้าสู่ทศวรรษใหม่ เร่งใช้เทคโนโลยี AI ยกระดับธุรกิจประกันภัยดิจิทัล พร้อมขยายสู่ประกันสุขภาพและผลิตภัณฑ์ Non-motor
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดประกันภัยรถยนต์ไทยเป็น 6% ภายในปี 2573 หลังครึ่งแรกปี 2569 ทำเบี้ยประกันภัยรับรวม 1.6 พันล้านบาท กำไรสุทธิ 212 ล้านบาท
และรักษาอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) แข็งแกร่งที่ 520% วันที่ 6 ส.ค. 2569 นายนิโคลัส ฟาเกต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง กลุ่มรู้ใจ
รายละเอียดเพิ่มเติม
เปิดเผยว่าบริษัทประสบความสำเร็จจากการเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจประกันภัยดิจิทัลแบบให้บริการลูกค้าโดยตรง (Direct-to-Consumer: D2C) ในประเทศไทย ครบ 10 ปี
ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทที่เริ่มต้นจากการเป็นโบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ในปี 2559 ก่อนเติบโตสู่บริษัทประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจเต็มรูปแบบ
และขยายการดำเนินงานไปยังประเทศอินโดนีเซีย โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทมีลูกค้ามากกว่า 370,000 รายที่ไว้วางใจใช้บริการ และยังคงยึดมั่นในพันธกิจเดิม
สถานการณ์ล่าสุด
คือทำให้การประกันภัยเป็นเรื่องที่ “ซื้อง่าย ราคาดี และพึ่งพาได้” ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ “ในปี 2566
บริษัทได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย พร้อมขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ และได้รับเงินลงทุนรอบ Series C มูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่อง”
โดยนายนิโคลัสกล่าวและว่า ในปี 2564 เบี้ยประกันภัยรับรวมของกลุ่มเพิ่มขึ้นจาก 1,000 ล้านบาท เป็น 3,300 ล้านบาท ในปี 2568 หรือเติบโตกว่า 3 เท่า ขณะที่ครึ่งแรกของปี 2569
มุมมองและผลกระทบ
รู้ใจประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 1,600 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 212 ล้านบาท จากการรักษาอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ต่ำกว่า 65% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ 520% สูงกว่าระดับขั้นต่ำตามเกณฑ์กำกับดูแลอย่างมาก นายนิโคลัส กล่าวว่า
การก้าวสู่การเป็นบริษัทประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตเต็มรูปแบบ ทำให้บริษัทสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และยกระดับการให้บริการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยในทศวรรษที่สองของการดำเนินธุรกิจ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
บริษัทจะเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในทุกกระบวนการ ทั้งการรับประกันภัย การพิจารณาสินไหม การบริการลูกค้า และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์มากขึ้น
ลดระยะเวลาการให้บริการ และสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า ทั้งนี้บริษัทได้พิสูจน์ศักยภาพของเทคโนโลยีในช่วงเกิดอุทกภัยใหญ่ที่อำเภอหาดใหญ่ เมื่อปลายปี 2568 โดยนำระบบ AI
มาผสานกับการทำงานของทีมปฏิบัติการภาคสนาม ทำให้สามารถอนุมัติและจ่ายค่าสินไหมแก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาวิกฤต
ซึ่งสะท้อนแนวคิดการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้แก่ผู้เอาประกันภัย ด้านนายกรกฤต คำเรืองฤทธิ์ ประธานกรรมการและกรรมการอิสระ บ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



