สาวใหญ่ดวงแตก ขออาศัยจยย.ไปตลาด ถูกรถพ่วงชนเสียชีวิต 1 เจ็บ 2
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 21:47อ่าน 2 นาที

สาวใหญ่ วัย 56 ปีดวงแตก ขออาศัยติดรถ จยย.ไปตลาด ออกจากซอยห่างจุดเกิดเหตุเพียง 50 เมตรถูกรถพ่วงชนเสียชีวิต 1 เจ็บ 2 เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 17 ส.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สภ.สำโรงเหนือ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถบรรทุกพ่วงและรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รวม 3 คัน บริเวณถนนรถราง
ก่อนถึงศาลเจ้าพ่อทัพ ตำบลสำโรงกลาง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า PCX สีดำ-น้ำเงิน ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบรถยนต์
รายละเอียดเพิ่มเติม
ซูซูกิ สวิฟท์ สีแดง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร มีร่องรอยความเสียหาย บริเวณด้านหน้า ส่วนรถบรรทุกพ่วง ทะเบียนระยอง จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยมีผู้ประสบเหตุ 3 ราย เป็นหญิง 1 รายเสียชีวิต
ทราบชื่อคือ น.ส.เดือน อายุ 56 ปี และผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาย 1 และหญิง 1 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยกู้ชีพเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง
จากการสอบสวนทราบว่า หญิงผู้เสียชีวิตได้ขอติดรถจักรยานยนต์ของผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อเดินทางออกจากซอยไปตลาด โดยตลาดอยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร แต่ยังไม่ทันถึงตลาด
สถานการณ์ล่าสุด
กลับประสบเหตุเสียชีวิตเสียก่อน ด้าน น.ส.กรรณิการ์ อายุ 46 ปี พยานระบุว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงคล้ายรถชนกัน จึงหันไปดู พบหญิงผู้เสียชีวิตนอนอยู่บนพื้นถนน
และเห็นล้อรถบรรทุกพ่วงเหยียบเข้าบริเวณขา โดยจักรยานยนต์นั้นขี่ออกมาจากซอยไปรษณีย์ ส่วนหญิงผู้เสียชีวิตนั้น น่าจะได้รับแรงกระแทกจากการล้ม ก่อนที่ขาจะเหยียดออกไปและถูกรถพ่วงเหยียบ
ขณะที่ คนขับรถบรรทุกพ่วง ให้การว่า ขณะเกิดเหตุขับรถมาตามทางตรง เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าวเห็นรถจักรยานยนต์กำลังออกมาจากซอย โดยมีรถเก๋งจอดอยู่ จึงชะลอรถ
มุมมองและผลกระทบ
และเห็นว่ารถจักรยานยนต์เหมือนจะหยุด จากนั้นรถจักรยานยนต์ค่อย ๆ ขยับออกมาทางด้านซ้าย ก่อนออกมาบริเวณเสาไฟฟ้า และตัดออกมาตัดหน้ารถพ่วงในระยะกระชั้นชิด ทำให้เบรกไม่ทัน
ก่อนเกิดการชนขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาลำดับเหตุการณ์และสาเหตุที่แท้จริง
ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



