ข้ามไปยังเนื้อหา

พราวพุธ ชู Wellness เป็น Next S-Curve เร่งสร้าง Ecosystem ดัน Medical Hub พลิกเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวไทย

อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 19:36อ่าน 3 นาที

พราวพุธ ชู Wellness เป็น Next S-Curve เร่งสร้าง Ecosystem ดัน Medical Hub พลิกเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวไทย
แชร์ข่าวนี้

พราวพุธ ชู Wellness เป็น ‘Next S-Curve’ เร่งสร้าง Ecosystem ดัน Medical Hub พลิกเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวไทย เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ The Crystal Box อาคารเกษรทาวเวอร์ ชั้น 19

ประเด็นสำคัญ

กรุงเทพฯ กองบรรณาธิการมติชน จัดสัมมนา EXCLUSIVE MEETING : NEW TOURISM NEW ECONOMY: เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย เปิดเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน

และผู้กำหนดนโยบาย เกี่ยวกับบทบาทของการท่องเที่ยวต่ออนาคตเศรษฐกิจไทย เมื่อเวลา 15.40 น. น.ส.พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพราว และบริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน)

รายละเอียดเพิ่มเติม

เปิดเผยบนเวทีสัมภาษณ์พิเศษ ในหัวข้อ Next Gen Business Talk ว่า กระแส Wellness ไม่ใช่เทรนด์ระยะสั้น แต่เป็นดีมานด์ที่สามารถเกิดขึ้นจริงในทุกช่วงวัย

และกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลก ทั้งนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละเจเนอเรชั่นให้ความสำคัญกับสุขภาพแตกต่างกัน โดยกลุ่ม Baby Boomer

มุ่งเน้นการยืดอายุและการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขณะที่ Gen X ให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพในระยะยาว ส่วน Gen Y สนใจเรื่องการชะลอวัย (Anti-aging) ขณะที่ Gen Z และ Gen Alpha

สถานการณ์ล่าสุด

มองสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ทั้งการออกกำลังกาย การเล่นกีฬา และการสร้างบาลานซ์ไลฟ์สไตล์ “ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และ Gen Alpha

จะให้ความสำคัญกับการสร้างบาลานซ์ไลฟ์สไตล์ และการออกกำลังกายมากขึ้น จากเดิมที่คนรุ่นเราอาจไปปาร์ตี้กลางคืน ดื่มจนตีหนึ่งตีสอง แต่เดี๋ยวนี้เด็กๆ เปลี่ยนมาปาร์ตี้กลางวัน ไปดื่มมัทฉะ

หรือไปเดิน Power Walk กัน หรือการดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สะท้อนว่าการดูแลสุขภาพกลายเป็นไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่แล้ว” น.ส.พราวพุธกล่าว น.ส.พราวพุธกล่าวว่า หากมองในภาคธุรกิจ

มุมมองและผลกระทบ

Wellness เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ เนื่องจากผู้บริโภคพร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อบริการที่ตอบโจทย์สุขภาพ อาทิ

บริการนวดแผนไทยทั่วไปที่มีค่าบริการเฉลี่ย 200-500 บาทต่อชั่วโมง หรือในศูนย์การค้าประมาณ 800 บาทต่อชั่วโมง แต่หากพัฒนาเป็นบริการด้านความงามหรือ Anti-aging สามารถเพิ่มมูลค่าได้ถึง

1,500-2,000 บาทต่อชั่วโมง สะท้อนศักยภาพของธุรกิจ Wellness ที่สามารถเพิ่มรายได้ต่อหัวได้อย่างมีนัยสำคัญ น.ส.พราวพุธกล่าวว่า

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ประเทศไทยมีต้นทุนสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพ ทั้งวัฒนธรรมไทย อาหารไทย สมุนไพรไทย การแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่มีอยู่แล้ว

โดยหากภาครัฐและเอกชนร่วมกันพัฒนา Wellness Ecosystem จะช่วยเปลี่ยนศักยภาพเหล่านี้ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ และยกระดับไทยจากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว ไปสู่ Wellness

Integrated Destination ที่สร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว น.ส.พราวพุธกล่าวว่า ทั้งนี้ ผลสำรวจของ บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด หรือ Terra BKK ในช่วงปลายปี 2568 พบว่า 90%

ขอ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · พราวพุธ ชู Wellness เป็น Next S-Curve เร่งสร้าง Ecosystem ดัน Medical Hub พลิกเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวไทย
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง