พราวพุธ ลิปตพัลลภ ชู Wellness ธุรกิจ Next S-Curve โอกาสใหม่-พลิกฟื้นศก.ไทย
อัปเดตเมื่อ: 7 สิงหาคม 2569 เวลา 09:09อ่าน 3 นาที

พราวพุธ ลิปตพัลลภ ชู Wellness ธุรกิจ Next S-Curve โอกาสใหม่-พลิกฟื้นศก.ไทย หมายเหตุ – น.ส.พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพราว และบริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด
ประเด็นสำคัญ
(มหาชน) ร่วมเวทีเสวนา Next Gen Business Talk ในงานสัมมนา EXCLUSIVE MEETING : NEW TOURISM NEW ECONOMY: เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย จัดโดยเครือมติชน ณ เดอะ คริสตัล
บ็อกซ์อาคารเกษรทาวเวอร์ กทม. เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันกระแส Wellness ไม่ใช่เทรนด์ระยะสั้น แต่เป็นดีมานด์ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในทุกช่วงวัย
รายละเอียดเพิ่มเติม
และกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลก ทั้งนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละ เจเนอเรชั่นให้ความสำคัญกับสุขภาพแตกต่างกัน โดยกลุ่ม Baby Boomer
มุ่งเน้นการยืดอายุและการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขณะที่ Gen X ให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพในระยะยาว ส่วน Gen Y สนใจเรื่องการชะลอวัย (Anti-aging) ขณะที่ Gen Z และ Gen Alpha
มองสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ทั้งการออกกำลังกาย การเล่นกีฬา และการสร้างบาลานซ์ไลฟ์สไตล์ ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และ Gen Alpha
สถานการณ์ล่าสุด
จะให้ความสำคัญกับการสร้างบาลานซ์ไลฟ์สไตล์ และการออกกำลังกายมากขึ้น จากเดิมที่คนรุ่นเราอาจไปปาร์ตี้กลางคืน ดื่มจนตีหนึ่งตีสอง แต่เดี๋ยวนี้เด็กๆ เปลี่ยนมาปาร์ตี้กลางวัน ไปดื่มมัทฉะ
หรือไปเดิน Power Walk กัน สะท้อนว่าการดูแลสุขภาพกลายเป็นไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่แล้ว หากมองในภาพของธุรกิจ Wellness
นั้นเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ เนื่องจากผู้บริโภคพร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อบริการที่ตอบโจทย์สุขภาพ อาทิ บริการนวดแผนไทยทั่วไป ที่มีค่าบริการเฉลี่ย
มุมมองและผลกระทบ
200-500 บาทต่อชั่วโมง หรือในศูนย์การค้าประมาณ 800 บาทต่อชั่วโมง แต่หากพัฒนาเป็นบริการด้านความงาม หรือ Anti-aging สามารถเพิ่มมูลค่าได้ถึง 1,500-2,000 บาทต่อชั่วโมง
สะท้อนศักยภาพของธุรกิจ Wellness ที่สามารถเพิ่มรายได้ต่อหัวได้อย่างมีนัยสำคัญ น อกจากนี้ ประเทศไทยยังมีต้นทุนสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพ ทั้งวัฒนธรรมไทย อาหารไทย
สมุนไพรไทย การแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่มีอยู่แล้ว หากภาครัฐและเอกชนร่วมกันพัฒนา Wellness Ecosystem
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จะช่วยเปลี่ยนศักยภาพเหล่านี้ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ และยกระดับไทยจากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว ไปสู่ Wellness Integrated Destination ที่สร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
ทั้งนี้ จากผลสำรวจของบริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด หรือ Terra BKK ในช่วงปลายปี 2568 พบว่า 90%
ของผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยที่สามารถส่งเสริมสุขภาพของผู้อยู่อาศัยได้ ขณะที่ 29% มองว่า Wellness เป็นหนึ่งใน 3 ปัจจัยหลักในการเลือกซื้อบ้าน
สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับทำเลและรูปแบบโครงการ มาเป็นการมองว่าบ้านต้องช่วยยกร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



