สคส. รีเซ็ต Username–Password ทั่วประเทศ ดัน MFA ปิดช่องข้อมูลรั่ว
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 22:13อ่าน 3 นาที

วันนี้ (12 ส.ค.2569) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ครั้งใหญ่
ประเด็นสำคัญ
เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยการผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต
Username และ Password ของระบบที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามการเปิดใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication : MFA) อย่างเป็นรูปธรรม
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ การดำเนินงานในครั้งนี้เป็นการขานรับมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2569
ในวาระเรื่องแนวทางการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากเหตุบัญชีผู้ใช้งานสำหรับยืนยันตัวตนรั่วไหล ซึ่ง ครม. มีมติเห็นชอบแนวทางการใช้มาตรการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย เช่น ระบบ MFA
หรือการนำระบบยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เช่น ThaID และวิธีการยืนยันตัวตนที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูงมาใช้งาน พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติโดยเร็ว สคส.
สถานการณ์ล่าสุด
ลุยสกัดช่องโหว่ครอบคลุม "ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ" พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการประชุมร่วมกับ
รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐโดยมิชอบ โดย สคส. ได้วางโครงสร้างการทำงานที่ครอบคลุมทั้ง "ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ"
ควบคู่กับการยกระดับมาตรการป้องกันเชิงระบบ เพื่อปิดช่องโหว่และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งในส่วนภาครัฐและเอกชนอย่างยั่งยืน ในส่วนของหน่วยงาน "ต้นน้ำ"
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบและฐานข้อมูลสำคัญ ทางกรมการขนส่งทางบกและกรมการปกครอง ได้รายงานเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลต่อ สคส. พร้อมทั้งเข้าดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข
และระงับช่องทางที่เสี่ยงต่อการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบแล้ว โดยกรมการขนส่งทางบกได้สั่งระงับการเชื่อมต่อระบบ API ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่กรมการปกครองได้สั่งระงับการเข้าถึงระบบที่ไม่มีการใช้งานแล้ว เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อข้อมูลของประชาชน ย้ำใช้เพียงรหัสผ่านไม่พออีกต่อไป นอกจากนี้ สคส.
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ได้บูรณาการการตรวจสอบร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในภาพรวมของประเทศ
พร้อมถ่ายทอดแนวทางตามมติ ครม. สู่การปฏิบัติจริงผ่านเครือข่าย DPO ทั่วประเทศ พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าวเน้นย้ำว่า การใช้เพียง Username และ Password
แบบเดิมไม่เพียงพอต่อการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบัน สคส. จึงเร่งประสาน DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ให้เร่งตรวจสอบและรีเซ็ต Username-Password ของบัญชีผู้ใช้ทั้งหมด
พร้อมทั้งสั่งปิดหรือลบระบบที่ไม่มีการใช้งานแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดช่องทางรอยรั่วเดิม สำหรับมาตรการระยะต่อไป สคส. จะติดตามและดันให้ทุกหน่วยงานเปิดใช้ระบบ MFA โดยเฉพาะระบบที่มีการ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



