‘กต.-ทร.’จัดหนัก รายงานUNเอียง เลือกฟัง‘กัมพูชา’
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

“กต.-ทร.” ประสานเสียง ซัดรายงานผู้แทนยูเอ็นฟังความข้างเดียว ทำให้ไม่เป็นกลาง-ขาดความน่าเชื่อถือ โต้ยิบทั้งเรื่องผู้พลัดถิ่น-แรงงาน เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2569 กระทรวงการต่างประเทศ (กต.)
ประเด็นสำคัญ
ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้แถลงการณ์สรุปภารกิจของนายทอม แอนดรูว์ส ผู้จัดทำรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ภายหลังการเดินทางเยือนกัมพูชาระหว่างวันที่ 20-31
ก.ค.2569 ซึ่งมีการกล่าวถึงประเทศไทยในบริบทสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุเป็นข้อๆ ว่า 1.ไทยรับทราบแถลงการณ์ และขอย้ำอีกครั้งว่า ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศที่นำมาสู่ผลกระทบต่างๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ไม่ใช่ความขัดแย้งที่เริ่มโดยฝ่ายไทย แต่มาจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนในไทยโดยฝ่ายกัมพูชา 2.กรณีที่ผู้เสนอรายงานพิเศษฯ อ้างว่ามีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศชาวกัมพูชาจำนวน 650,000 คนนั้น
จำนวนที่กล่าวอ้างนั้น ส่วนหนึ่งเป็นชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งไทยเคยเปิดให้เป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราวในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1970
อันเป็นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากไทย และภายหลังสถานการณ์คลี่คลายแล้ว กลุ่มบุคคลดังกล่าวมิได้ย้ายออกจากพื้นที่ แม้ว่าฝ่ายไทยได้ประท้วงฝ่ายกัมพูชาหลายครั้งแล้วก็ตาม
สถานการณ์ล่าสุด
จึงถือเป็นกลุ่มบุคคลที่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย และไม่เข้านิยามของการเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ
3.ประเด็นเรื่องสิทธิในการเดินทางกลับคืนสู่มาตุภูมิไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง หรือเพื่อการประชาสัมพันธ์ในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ
มากกว่าการคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมอย่างแท้จริง รัฐบาลกัมพูชามีหน้าที่รับผิดชอบการดูแลและคุ้มครองประชาชนของตนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง จนต้องพลัดถิ่นภายในกัมพูชา
มุมมองและผลกระทบ
4.กรณีแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับจากไทย ซึ่งอ้างว่ามี 900,000 คนนั้น รัฐบาลไทยได้ให้คำมั่นมาโดยตลอดว่าให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของแรงงานกัมพูชาในไทย
และไม่เคยมีนโยบายที่จะผลักดันแรงงานกัมพูชาออกจากประเทศแต่อย่างใด 5.ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
โดยที่ผ่านมา ไทยได้ให้ความร่วมมือกับกลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติมาอย่างต่อเนื่อง และได้มีคำชี้แจงเรื่องนี้ต่อกลไกดังกล่าว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการไว้แล้ว 6.ไทยเห็นว่า กลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ควรยึดมั่นในหลักความเป็นกลาง ความเที่ยงธรรม
และการพิจารณาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งคำนึงถึงข้อเท็จจริงและมุมมองจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านและครอบคลุม และ
7.ไทยพร้อมมองไปข้างหน้าและฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชา แต่การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังและจริงใจจากฝ่ายกัมพูชาด้วย
โดยร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ผ่านการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 อย่างเคร่งครัด รวมถึงการลดระ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



