อดีตรองปธน.คอสตาริกา คะแนนนำ หยั่งเสียงเลขาฯ UN รอบแรก
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 10:13อ่าน 3 นาที

อดีตรองปธน.คอสตาริกา คะแนนนำ หยั่งเสียงเลขาฯ UN รอบแรก ผลการหยั่งเสียงลับอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกเพื่อประเมินการสนับสนุนต่อผู้สมัครทั้ง 7
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
คนเพื่อชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม แสดงให้เห็นว่า รีเบกา กรีนสแปน อดีตรองประธานาธิบดีคอสตาริกา
เป็นผู้สมัครที่มีคะแนนนำ โดยมีแคโรลีน โรดริเกซ-เบอร์เก็ตต์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศกายอานา ตามมาเป็นอันดับสอง ตามการเปิดเผยของนักการทูตผลการลงคะแนนแบบไม่เป็นทางการ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ซึ่งเป็นการหยั่งเสียงสมาชิก UNSC 15 ประเทศ กรีนสแปนได้รับคะแนน “สนับสนุน” 10 เสียง ขณะที่โรดริเกซ-เบอร์เก็ตต์ได้ 9 เสียง ด้านราฟาเอล กรอสซี ชาวอาร์เจนตินา
ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้ 7 เสียง นักการทูตเผยว่า กรีนสแปน
ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์และเกิดในครอบครัวชาวยิวที่อพยพออกจากยุโรปหลังรอดชีวิตจากเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวมีประเทศที่ “ไม่สนับสนุน” 1 เสียง และ
สถานการณ์ล่าสุด
“ไม่มีความเห็น” 4 เสียง ส่วนโรดริเกซ-เบอร์เก็ตต์มีเสียง “ไม่สนับสนุน” 2 เสียง และ “ไม่มีความเห็น” 4 เสียง ขณะที่กรอสซีได้เสียง
“ไม่สนับสนุน” 2 เสียง และ “ไม่มีความเห็น” 6 เสียง ไมค์ วอลท์ซ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรสหรัฐประจำ UN กล่าวว่า เราจะปล่อยให้กระบวนการดำเนินไปตามขั้นตอน
เราต้องการเลขาธิการ UN ที่จะปฏิรูปสถาบันนี้ ทำให้องค์กรมีขนาดกะทัดรัดขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีความเกี่ยวข้องกับเวทีระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น นักการทูตสองรายกล่าวว่า
มุมมองและผลกระทบ
ผลการลงคะแนนครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับกรีนสแปนตราบใดที่คะแนน “ไม่สนับสนุน” 1 เสียงของเธอไม่ได้มาจากสมาชิกถาวรประเทศใดประเทศหนึ่งของ P5
ขณะที่นักการทูตอีกรายกล่าวว่า โรดริเกซ-เบอร์เก็ตต์ถือเป็นผู้สมัครที่สร้างความประหลาดใจ หากคะแนนไม่สนับสนุนทั้งสองเสียงไม่ได้มาจาก P5 เธอก็อาจแซงขึ้นมาได้รับเลือกก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม นักการทูตอีกรายมองว่า ผลการลงคะแนนครั้งนี้สะท้อนว่า “ยังไม่มีฉันทามติ” ที่ชัดเจนต่อผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 80 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้ง UN
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ยังไม่เคยมีเลขาธิการ UN ที่มีเชื้อสายยิว หรือเป็นผู้หญิงแม้แต่คนเดียว ผู้สมัครทั้งหมดกำลังแข่งขันเพื่อสืบทอดตำแหน่งต่อจากอันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการ UN ชาวโปรตุเกส
ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งสิ้นปีนี้ หลังดำรงตำแหน่งมา 2 วาระ กินเวลานาน 10 ปี ผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการ UN
คนใหม่จะต้องเผชิญกับภารกิจในการฟื้นฟูองค์กรที่กำลังเผชิญวิกฤตและบทบาทบนเวทีโลกที่ลดลง ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นให้ปฏิรูปการทำงานขององค์กร
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



