ซีอีโอไปรษณีย์ไทยยอมรับ ThailandPostMart แข่งแพลตฟอร์มต่างชาติเป็นเรื่องยาก ชูข้อมูลพื้นที่จากบุรุษไปรษณีย์เป็นจุดแข็งที่คู่แข่งใช้เงินเลียนแบบไม่ได้
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 19:34อ่าน 3 นาที

ก้าวใหม่ ‘ไปรษณีย์ไทย’ ไม่ใช่แค่ส่งของอีกต่อไป แต่ขอเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมทุก Touch Point สู่โซลูชันเชิงธุรกิจ พร้อมอัปเกรดแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ที่เปิดมาตั้งแต่ 8 ปี
ประเด็นสำคัญ
สู่การสร้างรายได้ให้ชุมชนปีละ 600–700 ล้านบาท แต่ยังยอมรับตรงๆ ว่าการแข่งกับแพลตฟอร์มต่างชาติที่มีขนาดและทรัพยากรมหาศาลเป็นเรื่องยาก ประเด็นสำคัญ เปิดแผนปี 2569–2570
ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูลและพันธมิตร ยอมรับแพลตฟอร์มรายเล็ก สู้ต่างชาติ ที่เป็น Global Scale ได้ยาก พร้อมหนุนรัฐดัน OCN ดึง Data การชอปปิงกลับไทย หยุดพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ ดร.
รายละเอียดเพิ่มเติม
ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยถึงผลประกอบการในปี 2568 ไปรษณีย์ไทยมีรายได้รวม 22,172.57 ล้านบาท
โดยรายได้จากการขนส่งและโลจิสติกส์คิดเป็น 10,712 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักภาษีและรายการอื่นๆ 450 ล้านบาท “ยอมรับว่าปีที่ผ่านมาการทำธุรกิจไม่ง่ายเลย
เนื่องจากต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์” ขณะที่ผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 11,368.25 ล้านบาท โตขึ้น 2.98% และปริมาณชิ้นงานเพิ่มขึ้น
สถานการณ์ล่าสุด
1.90% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ 51.33% รองลงมาคือบริการไปรษณียภัณฑ์ 34.92% และบริการระหว่างประเทศ 7.86%
ถือว่าเติบโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเจอความท้าทายด้านต้นทุนน้ำมันแต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการและการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยคาดว่ารายได้ EMS
ตลอดปี 2569 จะยังสูงกว่า 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้บริหารจัดการต้นทุนในทุกมิติและมีการปรับใช้พลังงานทางเลือกเพื่อลดผลกระทบ โดยรวมแล้วถือว่าตั้งรับได้ค่อนข้างดี
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของบอร์ดบริหารที่ต้องการเห็นผลบวกในทุกมุม เพราะหลังจากที่บริษัทเคยประสบปัญหาขาดทุนในอดีต แต่ปัจจุบันก็สามารถกลับมาทำกำไรได้แล้ว “ส่วนเป้าสิ้นปี จริงๆ
ก็อยากได้กำไร แต่ภายในองค์กรจะให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดมากกว่าตัวเลขกำไร ซึ่งบางครั้งมันมีเรื่องของทางบัญชีที่ควบคุมยาก
แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นต้องมาดูว่ากระแสเงินสดจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้าเพิ่มขึ้นก็หมายความว่ายังมีรายรับกับรายจ่ายที่สอดคล้องกัน” เปิดแผนปี 2569–2570
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูลและพันธมิตร ดร. ดนันท์ กล่าวต่อถึงสถานการณ์ที่เศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ไปรษณีย์ไทยจึงวางกลยุทธ์ ‘RelationSHIFT’
เพื่อต่อยอดการเติบโตขององค์กรจากการเน้นปริมาณการขนส่งไปสู่การสร้างคุณค่าจากข้อมูล โดยมีแนวทางหลักคือเข้าใจผู้ใช้บริการให้ลึกขึ้นและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร ใช้ระบบ CRM ข้อมูล
พัฒนาบริการโซลูชันและโมเดลธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าโดยเปลี่ยนการเติบโตจากแบบ Volume-Based ไปเป็น Value-Based สำหรับแผนงานในช่วงปี 2569–2570
มุ่งยกระดับศักยภาพองค์กรด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



