TH-AI Passport คึกคัก?
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 18:40อ่าน 3 นาที

19 สิงหาคม 2569 คือดีเดย์วันแรกในการเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าของโครงการ TH-AI Passport จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE)
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับทักษะและขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา
สตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการ SME แม้โครงการจะล่าช้ากว่าแผนการเดิมในเดือนกรกฎาคมไปประมาณ 1 เดือน ประเด็นสำคัญ ผลักดันได้สำเร็จ “เปลี่ยนจากระบบเหมาจ่าย เป็น Pay Per Active User”
รายละเอียดเพิ่มเติม
ข้อพิรุธ “โปรโมชัน Creator ฟรี 3 เดือน” ความย้อนแย้งเชิงเทคนิคและความปลอดภัยเชิงข้อมูล ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและการวัดผลที่เป็นรูปธรรม ข้อมูลพบว่าวันแรก
ประชาชนให้ความสนใจเข้าสมัครเพื่อเตรียมพร้อมใช้งานผ่านเว็บไซต์ de.aipas.net ไม่ต่ำกว่า 7 แสนราย ก่อนทะลุ 1 ล้านรายในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ไชยชนก ชิดชอบ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยืนยันว่า เจตนาของโครงการนี้ คืออยากให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึง AI Model ที่เป็นรูปแบบโปรได้หลากหลายรูปแบบ
สถานการณ์ล่าสุด
เพราะบางคนอยากใช้แบบโปรแต่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ โครงการนี้จึงเปิดโอกาสให้เข้ามาทดลองใช้หลายรูปแบบ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึง AI
ได้มากขึ้น รัฐบาลตั้งเป้าลงทะเบียนล่วงหน้า 5 ล้านสิทธิ์ ซึ่งเริ่มมีแนวโน้มเป็นไปได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในใจของสังคมไทย
คืองบประมาณแผ่นดินและเงินภาษีประชาชนทั้งหมดกว่า 1,600 ล้านบาท ที่ใช้ในโครงการนี้คุ้มค่าหรือไม่ ในแง่ความมั่นคง ปลอดภัย และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จะได้รับการปกป้องหรือเปล่า
มุมมองและผลกระทบ
และคนไทยจะสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างแท้จริงเพียงใด THE STANDARD NOW ดำเนินรายการโดยอ๊อฟ ชัยนนท์ หาญคีรีรัตน์ ได้พูดคุยกับ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ
และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ตามติดและตั้งคำถามต่อโครงการดังกล่าวมาโดยตลอด ผลักดันได้สำเร็จ “เปลี่ยนจากระบบเหมาจ่าย เป็น Pay Per Active User”
ดร.การดีเป็นกำลังสำคัญในการคัดค้านสัญญาแรกเริ่มของโครงการที่เป็นแบบเหมาจ่ายแบ่งจ่ายตามงวดรายปี มูลค่ากว่า 1,621 ล้านบาท
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
(ตัวเลขจัดซื้อจัดจ้างตามสัญญากลางและมูลค่าโครงการที่ระบุในรายงานอย่างเป็นทางการ) ล่าสุดกระทรวงดีอีและผู้รับจ้างยอมปรับปรุงสัญญาจากเดิมที่ระบบเหมาจ่าย
มาเป็นแบบจ่ายเงินตามจำนวนผู้ใช้งานจริง (Pay Per Active User) รายเดือน ในอัตรา 24.70 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งดร.การดีชื่นชมว่า การคิดเงินแบบนี้เป็นแนวคิดที่ดีมาก
เพราะรัฐจะจ่ายเงินเฉพาะบัญชีที่ใช้งานจริงเท่านั้น นอกจากนี้ ดร.การดี ยังยอมรับเกณฑ์การปลดล็อกสิทธิ์กับเงื่อนไขการเป็น Active User ของระบบเดิมที่ระบุว่า
ประชาชนต้องเข้ามาเรียนหลักสูตรอัปสกิลและทำข้อสอบให้ผ่านเกณฑ์ (เช่น ได้ 100 คะแนน) จึงจะสามารถปลดล็อกสิทธิ์ใช้งานโมเดลระดับพรีเมียม (Pro) ได้ และหากเดือนถัด…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



