TDRI เปิดผลประเมิน ‘ชัชชาติ’ สมัยแรก ชูผลงานแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยเด่น จี้ลุยโครงสร้างใหญ่ต่อ
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:06อ่าน 3 นาที

วันนี้ (27 กรกฎาคม) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยรายงานประเมินผลการทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยแรก (ชัชชาติ 1)
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
พร้อมวิเคราะห์ความท้าทายที่รออยู่ในการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ประเด็นสำคัญ บทสรุปและก้าวต่อไปของ ‘ชัชชาติ 2’ โดยภาพรวมพบว่า ผู้ว่าฯ กทม.
ประสบความสำเร็จและมีผลงานที่จับต้องได้ชัดเจนในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนระดับเส้นเลือดฝอย หรือปัญหาใกล้ตัวของประชาชน ทว่ายังมีจุดอ่อนสำคัญคือ
รายละเอียดเพิ่มเติม
การดำเนินงานหลายโครงการยังมุ่งวัดความสำเร็จจากจำนวนกิจกรรม มากกว่าผลลัพธ์ ที่เกิดขึ้นจริงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน รายงานฉบับนี้ได้ทำการประเมินเชิงลึกและครอบคลุมนโยบายใน 6 ด้านหลัก
เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงผลงานเด่นและข้อจำกัดที่ กทม. ต้องเร่งแก้ไข ดังนี้ ด้านปากท้องของประชาชน: มีผลงานเด่นในการสร้างแพลตฟอร์มเรียนรู้ตลอดชีวิต Next Learn (กว่า 680 หลักสูตร)
และการจัดหาพื้นที่ค้าขายทดแทน (Hawker Center) แต่มีข้อจำกัดตรงที่ขาดการติดตามผลลัพธ์ว่าผู้ผ่านการอบรมมีรายได้เพิ่มขึ้นจริงหรือไม่
สถานการณ์ล่าสุด
ขณะที่พื้นที่ค้าขายทดแทนบางแห่งอยู่ในทำเลที่ลูกค้าน้อยและยังมีจำนวนไม่เพียงพอ ด้านการเดินทางและขนส่ง: ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีสัญญาณไฟปรับตามสภาพจราจร ปรับปรุงทางเท้ากว่า
1,100 กิโลเมตร และชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถสายสีเขียว แต่การแก้ปัญหายังมีลักษณะแยกส่วน ขาดแผนแม่บทเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะ
และการออกแบบถนนยังคงให้ความสำคัญกับรถยนต์ส่วนบุคคลมากกว่าความปลอดภัยของคนเดินเท้า ด้านการลดคอร์รัปชัน: มีความคืบหน้าในการเปิดเผยข้อมูล Open Data กว่า 1,400 ชุด
มุมมองและผลกระทบ
เปิดระบบยื่นขออนุญาตออนไลน์ และใช้ Traffy Fondue รับแจ้งเบาะแส อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบทุจริตยังเป็นเชิงรับและล่าช้า โครงการจัดซื้อจัดจ้างกว่าร้อยละ 93 ยังใช้วิธีเฉพาะเจาะจง
ซึ่งมีความเสี่ยง และการปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อลดดุลพินิจเจ้าหน้าที่ยังคืบหน้าน้อย ด้านสิ่งแวดล้อม: สามารถปลูกต้นไม้ทะลุเป้าหมายกว่า 2 ล้านต้น พัฒนาสวน 15 นาที จำนวน 389 แห่ง
และลอกท่อระบายน้ำทะลุเป้า แต่พบว่าต้นไม้ที่ปลูกถึงร้อยละ 45 เป็นเพียงไม้พุ่มหรือไม้เลื้อย ปริมาณขยะยังสูงถึง 13,254 ตันต่อวัน และน้ำเสียเกินครึ่งยังไม่ได้รับการบำบัด ด้านการศึกษา:
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
มีนโยบายลดภาระงานเอกสารของครูและนโยบายเรียนฟรีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แต่ยังเผชิญวิกฤตด้านสมรรถนะของนักเรียนที่มีทักษะการอ่านและคิดวิเคราะห์ต่ำกว่าเกณฑ์
รวมถึงปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงรอยต่อ ป.6 ถึง ม.1 ด้านสุขภาพ: โดดเด่นด้วยโครงการตรวจสุขภาพฟรีล้านคน และการสร้างฐานข้อมูล Health Map แต่ กทม. ยังคงเป็นเพียงผู้ให้บริการ
มากกว่าผู้จัดการระบบสุขภาพ โดยงบประมาณด้านสาธารณสุขมีเพียงร้อยละ 6 และการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงยังอยู่ในระดับต่ำ บทสรุปและก้าวต่อไปของ ‘ชัชชาติ 2’ สถาบัน TDRI
สรุปทิ้งท้ายว่า ความท้าทายหลักของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยที่สอง คือการเปล…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



