คอลัมน์ Taste Test : Samsung Galaxy Z Fold 8 จอพับไซซ์ใหม่ มุมมองที่แตกต่าง
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 09:38อ่าน 3 นาที

คอลัมน์ Taste Test : Samsung Galaxy Z Fold 8 จอพับไซซ์ใหม่ มุมมองที่แตกต่าง ซัมซุง เพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้รุ่นใหม่ล่าสุด เป็นรุ่น 8 โดยรอบนี้ มีการเปิดตัวด้วยกัน 3
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รุ่นคือ Samsung Galaxy Z Fold 8 Ultra , Samsung Galaxy Z Fold 8 และ Samsung Galaxy Z Flip 8 ซึ่งแน่นอนว่า หนึ่งในตัวที่โดดเด่นในการเปิดตัวครั้งนี้ ก็คือ Samsung Galaxy Z Fold 8
ที่เป็นขนาดหน้าจอใหม่ แตกต่างไปจากเดิม ด้วยดีไซนืใหม่ ถ้าพับหน้าจอเข้ามา จะเป็นหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว อัตราส่วนภาพที่ 10:16 แต่ถ้าหากกางออก จะพบกับหน้าจอหลัก Dynamic AMOLED 2X
รายละเอียดเพิ่มเติม
ขนาดใหญ่ 7.6 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 4:3 ที่มีความกว้างขึ้น และมีน้ำหนักเบาเพียง 201 กรัมเท่านั้น ด้วยขนาดตัวเครื่องที่เล็กลง และน้ำหนักที่เบา ช่วยให้การพกพาสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ใส่กระเป๋ากางเกงได้สบายๆ เมื่อกางหน้าจอออก จะให้ความรู้สึกเหมือนกับเป็นแท็บเล็ตขนาดย่อมๆ จึงเหมาะสำหรับบรรดาผู้รักการอ่านทั้งหลาย เพราะอ่านอี-บุ๊ก ได้ถนัดมือดี
หรือในกรณีที่เราอยากเปิดหน้าต่างหลายๆหน้าต่าง รุ่นนี้ ก็สามารถทำได้ เปิดได้ถึง 3 หน้าต่างพร้อมๆกัน และสามารถใช้งานได้ด้วย ไม่ใช่แค่เปิดไว้เฉยๆ เพียงแค่เปิดแอพพ์ใดแอพพ์หนึ่งขึ้นมา
สถานการณ์ล่าสุด
แล้วค่อยลากแอพพ์ที่ต้องการให้แสดงหน้าจอร่วมกันขึ้นไป ได้อีกถึง 2 แอพพ์ ก็จะได้หน้าจอแสดงผลแอพพ์ถึง 3 แอพพ์ในเวลาเดียวกัน ถือเป็นประสบการณ์การใช้งานที่สนุกเลยทีเดียว
และเมื่อเราหมุนปรับทิศทาง หน้าจอก็จะปรับอัตราส่วนให้เข้ากับระดับสายตาตามธรรมชาติเราด้วย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการอ่านบทความหรืออี-บุ๊ก ทั้งหลาย ทั้งนี้
ซัมซุงได้ปฏิวัติโครงสร้างตัวเครื่องด้วยเทคโนโลยี Flex Titanium ผสานฟิล์มไทเทเนียมอัลลอยด์และแผ่นไทเทเนียมปรับปรุงใหม่ กระจก Corning Gorilla Glass ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่ง
มุมมองและผลกระทบ
รองรับแรงกด แรงกระแทก ตลอดจนลดการมองเห็นรอยพับบนหน้าจอหลักเมื่อระยะเวลาผ่านไป มาดูกันที่สเปคกล้องบ้าง กล้องด้านหลังเป็นระบบกล้องคู่ความละเอียด 50MP ทั้งเลนส์ Wide และ Ultra-wide
ที่เก็บรายละเอียดได้คมชัดในหลากหลายสภาพแสง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Dual Recording ที่ช่วยบันทึกวิดีโอจากกล้องหน้าและกล้องหลังได้ในเวลาเดียวกัน
รวมถึงแสดงตัวอย่างภาพบนหน้าจอด้านนอกเพื่อช่วยจัดเฟรมและบันทึก Reaction ได้แม่นยำยิ่งขึ้น จึงช่วยให้บันทึกและแชร์ทุกโมเมนต์ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นภาพวิว ภาพหมู่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หรือช่วงเวลาประทับใจระหว่างเดินทาง ลูกเล่นอีกอย่างที่น่าสนใจ คือ ฟีเจอร์ My FanCam AI ตัดต่อวิดีโอ ที่สามารถตรวจจับและโฟกัสไปที่คนใดคนหนึ่งที่เลือกโดยอัตโนมัติ
และตัดต่อเฟรมวิดีโอให้อยู่ในอัตราส่วนที่ต้องการ จึงสามารถถ่ายบันทึกทุกอย่างไว้ก่อนและมาจัดแต่งเฟรมภายหลัง ทำการตัดต่อวีดีโอ ง่ายดายและสะดวกยิ่งขึ้น
เปลี่ยนทุกซีนที่เคลื่อนไหวให้เป็นคอนเทนต์พร้อมแชร์บนโซเชียลมีเดียได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาตัดต่อให้ยุ่งยาก ทีนี้ เวลาไปถ่ายคอนเสิร์ต แฟนมีต ให้กล้องจับไปที่เมนของเรา เท่าน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



