ระบบใบอนุญาตหลัก (Super License) ตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 07:00อ่าน 3 นาที

• โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การใช้ระบบอนุญาตเป็นปัญหาหลักที่สำคัญประการหนึ่งในโครงสร้างและระบบกฎหมายของประเทศไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ประเด็นสำคัญ
เป็นปัญหาและอุปสรรคแก่การประกอบธุรกิจและการประกอบอาชีพของประชาชน ซึ่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569
มีบทบัญญัติที่จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีมาตรการที่น่าสนใจประการหนึ่ง คือ ระบบใบอนุญาตหลัก หรือ “Super License” ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
รายละเอียดเพิ่มเติม
แนวคิดอันเป็นที่มาของระบบใบอนุญาตหลัก (Super License) คือ โดยที่ประเทศไทยมีการใช้ระบบอนุญาตที่ค่อนข้าง “เฟ้อ” หรือซ้ำซ้อนกันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ในปัจจุบัน
การประกอบกิจการของประชาชนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จำต้องไปติดต่อขออนุมัติหรือขออนุญาตซ้ำซ้อนหลายหน่วยงาน เพื่อขอรับใบอนุญาตที่ซ้ำซ้อนจำนวนหลายใบ และต้องถูกตรวจสอบซ้ำ ๆ ในเรื่องเดิม ๆ
กว่าจะประกอบกิจการนั้น ๆ ได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนและภาระค่าใช้จ่ายแก่ผู้ประกอบกิจการโดยไม่จำเป็น รวมทั้งยังเป็นบ่อเกิดของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอีกด้วย มาตรา 21
สถานการณ์ล่าสุด
แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชนฯ จึงกำหนดให้มีระบบ Super License ขึ้น
โดยกำหนดให้ในกรณีที่การประกอบกิจการหรือการดำเนินการของประชาชนในกิจการใด จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากผู้อนุญาตหลายรายหรือหลายกระบวนงาน
จะตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีใบอนุญาตหลักและใบอนุญาตรองของกิจการนั้นก็ได้
มุมมองและผลกระทบ
โดยผู้ใดได้รับใบอนุญาตหลักของกิจการใดให้ถือว่าผู้นั้นได้รับใบอนุญาตรองของกิจการนั้นด้วยแล้วโดยไม่ต้องยื่นคำขออนุญาตใหม่อีก
และให้ผู้อนุญาตระบุการได้รับอนุญาตสำหรับใบอนุญาตรองให้ชัดแจ้งไว้ในใบอนุญาตหลักดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ “ใบอนุญาตหลัก” หมายความว่า
ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการหรือให้ดำเนินการในกิจการที่โดยทั่วไปแล้วจะมีการประกอบกิจการหรือดำเนินการที่เป็นใบอนุญาตรองด้วย และ “ใบอนุญาตรอง” หมายความว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการหรือให้ดำเนินการที่โดยทั่วไปแล้วเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบกิจการหรือการดำเนินการที่เป็นใบอนุญาตหลัก ดังนั้น การที่ใบอนุญาตใดจะเป็นใบอนุญาตหลักหรือ “Super
License” และจะได้รับใบอนุญาตรองใดไปพร้อมกันอีกบ้าง เป็นเรื่องที่ต้องไปกำหนดในพระราชกฤษฎีกาอีกชั้นหนึ่ง
เพราะพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชนฯ เพียงแต่วางหลักกว้าง ๆ ไว้เท่านั้น สำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน
กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ในการพิจารณาและหารือร่วมกับหน่วยงานผู้รับผิดชอบใบอนุญาตต่าง ๆ
ทั้งหน่วยงานใบอนุญาตหลักและหน่วยงานใบอนุญาตรองให้เป็นที่ยุติเสียก่อน ก่อนเสนอคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการของร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
ต่อไป สำหรับระยะแรกของการยกร่างพระราชกฤษฎีกาเพื่อนำระบบ Super License มาใช้นั้น สำน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



