SPM Specialty BabyMilk จับมือฟิวเจอร์ รุกตลาดนมผง ดึง 3 ผลิตภัณฑ์ออสเตรเลียเสริมพอร์ต
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 18:15อ่าน 3 นาที

SPM Specialty BabyMilk จับมือฟิวเจอร์ (ประเทศไทย) รุกตลาดนมผง ดึง 3 ผลิตภัณฑ์ออสเตรเลียเสริมพอร์ต ชู future A2 Protein, future Organic A2 Protein และ Nutura Organic
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เสริมความพร้อมด้วยคลังสินค้า 7 แห่งใน 4 ศูนย์กระจายสินค้า รองรับแผนขยายพันธมิตรเพิ่มภายในสิ้นปี SPM Specialty BabyMilk ประกาศความร่วมมือกับฟิวเจอร์ (ประเทศไทย)
เดินหน้าขยายตลาดผลิตภัณฑ์นมผงจากออสเตรเลียในประเทศไทย โดยนำ 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ future A2 Protein, future Organic A2 Protein และ Nutura Organic เข้ามาเสริมพอร์ต
รายละเอียดเพิ่มเติม
พร้อมวางระบบดูแลตั้งแต่ข้อมูลด้านโภชนาการ การจัดเก็บ ไปจนถึงการกระจายสินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและรองรับการเติบโตในระยะยาว โซ่ คามินท์ ตัวแทนฟิวเจอร์ (ประเทศไทย)
กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากแนวทางการทำธุรกิจที่สอดคล้องกัน ทั้งการดูแลเกษตรกรและผู้บริโภคอย่างยั่งยืน รวมถึงการให้ความสำคัญกับคุณภาพผลิตภัณฑ์
โดยผลิตภัณฑ์ใช้กระบวนการทำแห้งเพียงครั้งเดียว (Single Dried) ซึ่งบริษัทระบุว่าช่วยคงสภาพโปรตีนและคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมแต่งตั้ง SPM Specialty BabyMilk
สถานการณ์ล่าสุด
เป็นที่ปรึกษาด้านโภชนาการในประเทศไทย ด้านอชิระ เจนภาษา Head of Regulations กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของ SPM Specialty BabyMilk
ที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ และการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภค ควบคู่กับการพัฒนาบริการให้ครอบคลุมมากขึ้น “โภชนาการไม่ใช่สินค้าแฟชั่น
แต่เป็นเรื่องของข้อเท็จจริงและสิ่งที่ผู้บริโภคเลือกให้ครอบครัว ดังนั้นข้อมูลที่ถูกต้องและประโยชน์ของลูกค้าต้องมาก่อน” อชิระระบุว่า บริษัทมีแนวทางคัดเลือกแบรนด์จากข้อมูลผลิตภัณฑ์
มุมมองและผลกระทบ
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ มาตรฐานการผลิต และความพร้อมด้านบริการ โดยวางกรอบความร่วมมือกับแต่ละแบรนด์ในระยะยาวมากกว่า 10 ปี
เพื่อให้การพัฒนาพอร์ตสินค้าเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรักษามาตรฐานที่ผู้บริโภคคาดหวัง ขณะที่พี Head of Logistics เปิดเผยว่า นอกเหนือจากความพร้อมด้านข้อมูลและความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคแล้ว
บริษัทได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคลังสินค้าและโลจิสติกส์ให้ผ่านเกณฑ์ของแบรนด์ โดยปัจจุบันมีคลังสินค้า 7 แห่ง ครอบคลุม 4 ศูนย์กระจายสินค้า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
พร้อมลงทุนผนังกันความร้อนและระบบปรับอากาศเพื่อควบคุมอุณหภูมิที่ 22 องศาเซลเซียสตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 กลุ่ม
ระบบดังกล่าวยังรองรับการตรวจสอบย้อนกลับและกระบวนการเรียกคืนสินค้า หากพบข้อผิดพลาดทางเทคนิค
ช่วยให้แบรนด์สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมคุณภาพสินค้าได้ตลอดกระบวนการจัดเก็บและกระจายสินค้า นอกจากนี้ SPM Specialty BabyMilk ยังอยู่ระหว่างเจรจากับแบรนด์ออสเตรเลียอีก 1
ราย เพื่อให้บริการคลังสินค้าและที่ปรึกษาด้านโภชนาการ โดยคาดว่าจะลงนามภายในสิ้นปี และจะเปิดเผยชื่อพันธมิตรหลังการเจรจาแล้วเสร็จ
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



