คต. เดินหน้าผลักดัน SMEs ไทย จัดกิจกรรม DFT+ ที่สงขลา
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 10:09อ่าน 3 นาที

คต. เดินหน้าผลักดัน SMEs ไทย จัดกิจกรรม DFT+ ที่สงขลา เชื่อมเครือข่ายธุรกิจ เปิดเวทีจับคู่การค้า ศึกษาศักยภาพโลจิสติกต์ชายแดน เสริมความพร้อมสู่ตลาดโลก นางอารดา เฟื่องทอง
ประเด็นสำคัญ
อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้นางชนินทร หริ่มเจริญ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเป็นหัวหน้าคณะนำผู้ประกอบการ SMEs และผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 100
ราย จัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายทางการค้า (ในประเทศ) ณ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Local to Global
รายละเอียดเพิ่มเติม
หรือ DFT+ ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ สสว. เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ
SMEs ไทย ภายใต้แนวคิด “DFT+ บวกโอกาสให้ SMEs ไทย” มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ทั้งด้านองค์ความรู้ การสร้างเครือข่าย และ การเชื่อมโยงโอกาสทางการค้าสู่ตลาดโลก
โดยภายหลังการเปิดโครงการ ผู้ประกอบการได้ผ่านการอบรมเชิงลึกแล้ว 2 ครั้งจากทั้งหมด 5 ครั้ง ก่อนต่อยอดสู่การเรียนรู้นอกห้องอบรมผ่านกิจกรรมการลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้
สถานการณ์ล่าสุด
ผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการได้ร่วมเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ในพื้นที่ พร้อมร่วมกิจกรรม Team Building เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์
และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการต่อยอดธุรกิจและการสร้างพันธมิตรทางการค้า ในอนาคต และไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมอยู่ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569
ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้เจรจาธุรกิจกับเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง ประกอบด้วยผู้ซื้อ ผู้ค้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าส่ง-ค้าปลีก
มุมมองและผลกระทบ
และห้างสรรพสินค้า เพื่อขยายตลาด เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รองอธิบดีฯ กล่าวว่า Business Matching
ไม่ได้เป็นเพียงเวทีพบปะระหว่างผู้ประกอบการ แต่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับคู่ค้าศักยภาพ และการต่อยอดสู่การซื้อขายจริง
โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก สามารถสร้างมูลค่าการเจรจาธุรกิจเบื้องต้นกว่า 10 ล้านบาท และคาดว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จะต่อยอดสู่การซื้อขายและความร่วมมือทางธุรกิจเพิ่มเติมในระยะต่อไป นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้นำผู้ประกอบการศึกษาดูงาน ณ ด่านศุลกากรสะเดา (แห่งใหม่)
ซึ่งเป็นด่านการค้าชายแดนทางบกที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดของประเทศ รองรับการขนส่งสินค้าทางถนนไปยังมาเลเซียและเชื่อมต่อสู่สิงคโปร์
โดยผู้ประกอบการได้เรียนรู้การอำนวยความสะดวกผ่านระบบตรวจปล่อยสินค้าด้วยเครื่อง X-ray แบบ Fast Scan และระบบ National Single Window (NSW) และ ASEAN Single Window (ASW)
ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าใน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



