บีโอไอ ปลุกกระแส Smart & Green ต่อยอดขอลงทุนทะยาน 1.46 แสนล.
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 07:39อ่าน 3 นาที

บีโอไอ หนุนอุตสาหกรรมปรับตัวครั้งใหญ่ สู่ Smart & Green เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันโลกยุคใหม่ ต่อยอดคำขอรับการส่งเสริมลงทุนกว่า 1,300 โครงการ 1.46 แสนล้านบาท นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
ประเด็นสำคัญ
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าได้สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่ Smart & Green ตามทิศทางโลก ผ่านการลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้ทันสมัย
นำระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ การประหยัดพลังงานและใช้พลังงานทดแทน ปรับปรุงโรงงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตลอดจนปรับปรุงธุรกิจเพื่อรองรับมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน โดยตั้งแต่เริ่มใช้มาตรการยกระดับอุตสาหกรรมสู่ Smart และ Sustainable Industry เมื่อปี 2566 จนถึงครึ่งแรกของปี 2569
มีผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ และได้ยื่นขอรับการส่งเสริมภายใต้มาตรการนี้จำนวน 1,397 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 146,000 ล้านบาท ทั้งนี้
การปรับตัวไปสู่ Smart Industry หนึ่งในวิธีการที่มีผู้สนใจมากขึ้นคือ การนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการผลิต การยกระดับการบริหารจัดการโรงงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
สถานการณ์ล่าสุด
เพื่อช่วยเพิ่มผลิตภาพ เพิ่มความแม่นยำและยืดหยุ่น ลดความผิดพลาด ยกระดับคุณภาพสินค้า และเตรียมพร้อมรองรับสังคมสูงวัยของประเทศไทย นอกจากนี้
บีโอไอสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานการผลิต สอดคล้องความยั่งยืนของตลาดโลก โดยได้รับการรับรองมาตรฐานสากล
อาทิ GAP, FSC, PEFC และ ISO 22000 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้า เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ และยกระดับขีดความสามารถแข่งขันระยะยาว
มุมมองและผลกระทบ
“วันนี้โจทย์ของภาคธุรกิจไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนการผลิตเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการผลิตและการใช้ทรัพยากร ความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง
และความสอดคล้องกับกติกาสมัยใหม่ของตลาดโลก การปรับตัวสู่ Smart & Green จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแข่งขันในโลกยุคใหม่ โดยการเชื่อมโยงระบบการผลิตอัจฉริยะและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน
เพื่อสร้างขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว” นายนฤตม์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนมากเร่งลงทุนในระบบอัตโนมัติ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การขนส่งภายในโรงงาน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพสินค้า ตัวอย่างเช่น บริษัท ไทย เบเวอร์เรจ แคน จำกัด ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์โลหะ
นำระบบอัตโนมัติมาเชื่อมโยงเครื่องจักรในสายการผลิตฝาอะลูมิเนียมให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การขึ้นรูปฝา การประกอบวัสดุซีลภายในฝา ไปจนถึงการลำเลียงชิ้นงาน บริษัท พานาโซนิค
เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตแบตเตอรี่ ลงทุนติดตั้งระบบอัตโนมัติในกระบวนการบรรจุและระบบขนส่งภายในโรงงาน โดยใช้บริการผู้พัฒนาระบบอัตโนมัติ (System Integrator: SI) สัญชาติไทย
ขณะที่บริษัท ไทยโตชิบา อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตเตาอบไมโครเวฟ นำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ในกร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



