SCB EIC ปรับประมาณการ GDP ไทยปี 2569 ขึ้นเป็น 2.2% รับอานิสงส์การส่งออกและลงทุน AI-ดิจิทัล ชี้การฟื้นตัวยังกระจุกตัวและพึ่งพานำเข้าสูง
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 19:32อ่าน 3 นาที

SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นเป็น 2.2% จากแรงส่งการลงทุนและส่งออกกลุ่มดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ แต่การเติบโตยังกระจุกตัวและพึ่งพาการนำเข้าสูง ประเด็นสำคัญ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนจากการลงทุนและการส่งออก แต่ผลบวกยังกระจุกตัว กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% หลังแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง ขณะที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ครัวเรือนและ
SMEs ยังคงเปราะบาง AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและดอกเบี้ยระยะยาวสูงยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569
รายละเอียดเพิ่มเติม
เป็น 2.2% (เดิม 2.0%) และปี 2570 เป็น 2.1% (เดิม 1.9%) จากแรงส่งของการลงทุนและการส่งออกในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี
การฟื้นตัวยังมีลักษณะกระจุกตัวและพึ่งพาการนำเข้าสูง ขณะที่มาตรการภาครัฐช่วยบรรเทาผลกระทบจากความขัดแย้งใน ตะวันออกกลาง ต่อเศรษฐกิจไทย
แต่ต้องจับตาสถานการณ์ราคาพลังงานที่ยังผันผวนและการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติมของสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนจากการลงทุนและการส่งออก แต่ผลบวกยังกระจุกตัว
สถานการณ์ล่าสุด
เศรษฐกิจไทยได้รับแรงส่งจากการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกที่ขยายตัวสูง โดยการลงทุนภาคเอกชนเร่งต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 และมีแนวโน้มทรงตัวสูงในระยะข้างหน้า
สะท้อนจากมูลค่าการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ศูนย์ข้อมูล (Data center) และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ด้านการส่งออกยังขยายตัวดีเช่นกัน โดยมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญตามวัฏจักรการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก อย่างไรก็ดี
มุมมองและผลกระทบ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับกระแสดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ยังพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง และสินค้าทุนจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง อีกทั้ง
ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่และบริษัทต่างชาติ ส่งผลให้แรงส่งนี้ยังไม่กระจายสู่เศรษฐกิจในวงกว้างเท่าที่ควร
นโยบายภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการประคองเศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และปี 2570 ผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ แผนช่วยเหลือประชาชน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เม็ดเงินจากการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการไทยช่วยไทยจะช่วยพยุงกำลังซื้อในช่วงไตรมาส 3 รวมถึงมีแนวโน้มนำเม็ดเงินที่ยังเหลือมาพยุงกำลังซื้อในไตรมาสที่ 4
ขณะที่การพิจารณาโครงการภายใต้แผนเปลี่ยนผ่านพลังงานจาก พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาทล่าช้ากว่าที่คาด SCB EIC ปรับสมมติฐานให้เม็ดเงินจากโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานเข้าสู่เศรษฐกิจในปี 2570
มากขึ้น ทั้งนี้ต้องติดตามว่ารัฐบาลจะคงวงเงินสำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานตามเดิม หรือปรับบางส่วนไปใช้ในแผนช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้
มาตรการลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงาน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกลับมาชดเชยราคาน้ำมันสูงขึ้นตั้งแต่กลางเดือน ก.ค. หลังราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ฐานะกองทุนฯ กลับมาขาดทุนสะ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



