“รมว.สุชาติ” ยกระดับ “SAVE OUR DUGONG” ปกป้องพะยูน 12 พื้นที่เสี่ยง สั่งจัดระเบียบเรือ–ปรับเครื่องมือประมง ลดการตายจากกิจกรรมมนุษย์เป็นศูนย์
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 10:59อ่าน 3 นาที

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ควบคู่กับการดูแลประชาชนและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างสมดุล โดยเฉพาะการปกป้องสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จึงเดินหน้ายกระดับมาตรการ “SAVE OUR DUGONG” เพื่อป้องกันและลดภัยคุกคามต่อพะยูนในพื้นที่เสี่ยง โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมาย 12 จุด ครอบคลุม 5
รายละเอียดเพิ่มเติม
จังหวัดฝั่งอันดามัน แบ่งเป็น 6 พื้นที่เสี่ยงจากอุบัติเหตุเรือชน และ 6 พื้นที่เสี่ยงจากการติดเครื่องมือประมง พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญ คือ
ลดการตายของพะยูนจากกิจกรรมของมนุษย์ให้เป็นศูนย์ “พะยูนเป็นสัตว์ทะเลหายากที่ประเทศไทยต้องช่วยกันรักษาไว้
การดำเนินมาตรการครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะจำกัดการประกอบอาชีพของชาวประมงหรือการเดินเรือ แต่ต้องการจัดระบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ทะเลให้เกิดความปลอดภัย
สถานการณ์ล่าสุด
ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากร โดยต้องทำให้คนอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ และธรรมชาติอยู่รอด” นายสุชาติกล่าว สำหรับมาตรการเร่งด่วน “SAVE OUR DUGONG” ประกอบด้วย 2 มาตรการสำคัญ ได้แก่
มาตรการที่ 1 จัดระเบียบเส้นทางเดินเรือและควบคุมความเร็ว ใน 6 พื้นที่เสี่ยงจากอุบัติเหตุเรือชน ได้แก่ ท่าเรือรัษฎา จ.ภูเก็ต ท่าเรือบางโรง จ.ภูเก็ต ร่องน้ำเกาะยาวน้อย–เกาะยาวใหญ่
จ.พังงา ท่าเรือหาดนพรัตน์ธารา–ท่าเรืออ่าวน้ำเมา จ.กระบี่ ท่าเรือปากเม็ง–เกาะมุก จ.ตรัง และท่าเรือเกาะลิบง–หาดยาว จ.ตรัง โดยจะจัดทำทุ่นหรือเครื่องหมายแสดงแนวเขตและเส้นทางเดินเรือ
มุมมองและผลกระทบ
รวมทั้งกำหนดความเร็วเรือให้เหมาะสมกับพื้นที่ ในระยะห่างจากชายฝั่งไม่เกิน 1 กิโลเมตร กำหนดความเร็วไม่เกิน 5 นอต ระยะห่างไม่เกิน 2 กิโลเมตร ความเร็วไม่เกิน 10 นอต และระยะห่างไม่เกิน
3 กิโลเมตร ความเร็วไม่เกิน 20 นอต ขณะที่บริเวณแหล่งหญ้าทะเลกำหนดความเร็วไม่เกิน 5 นอต และบริเวณแหล่งหญ้าทะเลในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ กำหนดความเร็วไม่เกิน 3 นอต มาตรการที่ 2
ปรับปรุงเครื่องมือประมงให้เป็นมิตรกับพะยูน ใน 6 พื้นที่เสี่ยง ได้แก่ เกาะช้าง–เกาะพยาม จ.ระนอง เกาะระ–เกาะพระทอง จ.พังงา ป่าคลอก–ตังเข็น จ.ภูเก็ต หาดนพรัตน์ธารา จ.กระบี่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เกาะศรีบอยา จ.กระบี่ และเกาะมุก–เกาะลิบง จ.ตรัง เพื่อป้องกันไม่ให้พะยูนติดเครื่องมือประมงหรือได้รับบาดเจ็บ สำหรับ ลอบปูแบบเดี่ยว จะกำหนดไม่ให้วางในแหล่งหญ้าทะเล
ปรับเปลี่ยนเชือกสายทุ่นเป็นเชือกใยยักษ์ขนาด 4–5 มิลลิเมตร เพิ่มจุดเชื่อมต่อแบบ Weak Link เพื่อให้พะยูนสามารถหลุดออกจากเครื่องมือประมงได้ รวมถึงลดความยาวเชือกส่วนเกิน
โดยเฉพาะบริเวณผิวน้ำและแนวที่พะยูนว่ายผ่าน ส่วน ลอบปูแบบพ่วง จะใช้ก้อนหินหรือตะกั่วถ่วงเพื่อให้เชือกเป็นเส้นตรง ขณะที่ อวนจมปู ห้ามวางในแหล่งหญ้าทะเลและต้องเฝ้าระวังหลังการวางอวน
ส่วน อวนลอยปลาขนาดใหญ่ เช่น อวนลอยปลากะพง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



