‘เอกนิติ’ สั่งทำ Risk Map สแกนพื้นที่เสี่ยง รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 16:44อ่าน 3 นาที

10 สิงหาคม 2569 - ที่ ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
มีความห่วงใยสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน จึงแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค 5 คณะ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง
รายละเอียดเพิ่มเติม
ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน เพื่อรวมศูนย์การทำงานให้มีเอกภาพ ลดขั้นตอนการสั่งการและตัดความซ้ำซ้อนเมื่อเกิดภัยพิบัติ
สำหรับพื้นที่ภาคกลางเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นพื้นที่รับน้ำหลากจากภาคเหนือก่อนระบายลงสู่ทะเล ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ทั้งภาคเกษตรกรรม เขตอุตสาหกรรม และชุมชนหนาแน่น
จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง โดยเฉพาะปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร นายเอกนิติ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศจาก GISTDA
สถานการณ์ล่าสุด
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มาร่วมจัดทำแผนที่เสี่ยงภัย หรือ Risk Map ทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง
เพื่อประเมินจุดเสี่ยงแบบเรียลไทม์ และนำข้อมูลของแต่ละจังหวัดไปใช้วางแผนบริหารจัดการได้ตรงจุด รวมถึงพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้
ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดทำ Checklist ปฏิบัติงานสำหรับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำไปใช้เตรียมความพร้อมทันที เช่น ตรวจสอบประตูระบายน้ำ
มุมมองและผลกระทบ
ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เตรียมพื้นที่รับน้ำ และบริหารจัดการปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ รวมถึงจัดทำแผนเผชิญเหตุให้ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัย
ด้านการเผชิญเหตุและช่วยเหลือ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเป็นศูนย์กลางบูรณาการการทำงานของทหาร ตำรวจ พลเรือน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
โดยให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก พร้อมให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้เพียงพอ ส่วนด้านสาธารณสุข
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ให้โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเตรียมยา เวชภัณฑ์ และบุคลากรทางการแพทย์ให้พร้อมดูแลประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่พื้นที่เศรษฐกิจ เขตอุตสาหกรรม และแหล่งท่องเที่ยว
ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการป้องกันผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเข้มงวด ด้านการฟื้นฟูเยียวยา ให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายและจ่ายเงินเยียวยาอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง
และเป็นธรรม พร้อมนำเทคโนโลยีมาช่วยลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน สำหรับการบริหารจัดการ ได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



