ณัฐพงษ์ลุยน่านตรวจอุทกภัยปัว ชี้ปัญหากระทบจาก Rain Bomb แนะรัฐจัดสรรงบจัดการน้ำระยะยาว
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 16:03อ่าน 3 นาที

วันนี้ (22 สิงหาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย เชาว์วิชญ์ อินน้อย และ เจริญ อภิภัทรโกศล สส.จังหวัดน่าน พรรคประชาชน รวมถึงผู้นำท้องถิ่น
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ได้ลงพื้นที่บ้านเฮี้ย และบ้านเกร็ด ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์การฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ดูภาพข่าว ณัฐพงษ์เปิดเผยว่า
สิ่งสำคัญเร่งด่วนในขณะนี้คือการเข้าช่วยเหลือประชาชน ซึ่งต้องขอบคุณทุกหน่วยงานและส่วนราชการจากพื้นที่อื่นที่เข้ามาร่วมมือกัน
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยจากการพูดคุยกับมูลนิธิกระจกเงาที่มาตั้งศูนย์ในอำเภอปัว พบว่าอุปกรณ์ที่ยังขาดแคลนหนักคือ รองเท้าบู๊ท ไม้รีดน้ำ และอุปกรณ์ทำความสะอาด
รวมถึงเครื่องจักรหนักสำหรับเคลียร์ดินโคลนออกจากถนน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถนำดินโคลนจากภายในบ้านเรือนประชาชนออกมาได้ ณัฐพงษ์กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในปีนี้แตกต่างจากปีก่อนๆ
เนื่องจากเป็นลักษณะปรากฏการณ์ Rain Bomb หรือฝนตกหนักเฉพาะจุดในพื้นที่หุบเขาสูง ส่งผลให้น้ำไหลหลากลงสู่แม่น้ำคูณอย่างรวดเร็ว ชุมชนที่ไม่เคยท่วมจึงได้รับผลกระทบ
สถานการณ์ล่าสุด
สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปทั้งหมด และจากการเดินสำรวจแนวแม่น้ำคูณ ยังพบปัญหาเรื่องการสร้างฝายกั้นน้ำที่เดิมมีไว้เพื่อยกระดับน้ำใช้ในการเกษตร แต่เมื่อเกิดน้ำป่าไหลหลาก
มวลน้ำได้ชนคันฝายจนตีกลับเข้าหาฝั่ง ซัดแนวริมตลิ่งพังทลาย ซึ่งจำเป็นต้องนำข้อมูลนี้ไปปรับปรุงการทำผังป้องกันน้ำใหม่ทั้งระบบ สำหรับข้อเสนอถึงฝ่ายบริหาร ณัฐพงษ์ระบุว่า
แม้การที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีลงพื้นที่มานอนค้างติดตามสถานการณ์จะเป็นเรื่องที่ดี ทำให้ผู้บริหารเข้าใจสภาพปัญหา แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการยินจริงๆ คือ แผนการแก้ไขปัญหาระยะยาว
มุมมองและผลกระทบ
“ปัญหาตอนนี้คือการขาดทิศทางและความต่อเนื่องในการดำเนินการของรัฐบาล ในทางกฎหมายเรามี พ.ร.บ.น้ำ มีการก่อตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำ (สทนช.) แต่เมื่อมีหน่วยงานกลางขึ้นมาแล้ว สทนช.
กลับไม่มีอำนาจไปพิจารณางบประมาณแทนหน่วยงานอื่นๆ ทั้งหมด ทั้งที่ สทนช. และหน่วยงานจัดการน้ำมีแผนโครงการรองรับไว้แล้ว เหลือเพียงการจัดสรรงบประมาณที่ตรงจุดและต่อเนื่อง เช่น
การสร้างอ่างเก็บน้ำชะลอยอดน้ำต้นทาง” ณัฐพงษ์กล่าว ส่วนข้อเสนอระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS หรือ Cell Broadcast ถึงรัฐบาลนั้น ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ชาวบ้านในอำเภอปัว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สะท้อนตรงกันว่าช่วงคืนเกิดเหตุไม่ได้มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า จนผู้ใหญ่บ้านต้องตีระฆังเตือนภัยกันเอง เนื่องจากหน่วยงานไม่มีข้อมูลคาดการณ์ในจุดที่เกิด Rain Bomb ดังนั้น
สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำคือการพัฒนาแบบจำลองคาดการณ์ภัยพิบัติ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดสัญญาณเตือนภัยให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยงในอนาคต The post ณัฐพงษ์ลุยน่านตรวจอุทกภัยปัว
ชี้ปัญหากระทบจาก Rain Bomb แนะรัฐจัดสรรงบจัดการน้ำระยะยาว appeared first on THE STANDARD .
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



