เครือข่ายปกป้องแม่น้ำฯ จ่อบุกกงสุลเมียนมา รับ มิน อ่อง ไลง์ ดักถามแก้ PM2.5-โลหะหนักตอนไหน
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:51อ่าน 3 นาที

เครือข่ายปกป้องแม่น้ำฯ เล็งไปกงสุลเมียนมาที่เชียงใหม่ รับ ‘มิน อ่อง ไลง์’ เยือนไทย เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำ กก สาย รวก โขง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เตรียมความพร้อมเดินทางไปยื่นหนังสือและแสดงพลังปกป้องแม่น้ำสายต่างๆ ที่สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ณ จ.เชียงใหม่ ตั้งอยู่ถนนมณีนพรัตน์ ซอย 3 ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
เนื่องในโอกาสที่ พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 6-7 ส.ค. 2569 ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
รายละเอียดเพิ่มเติม
หนึ่งในตัวแทนเครือข่าย ระบุว่า จะพากันไปที่สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยประชาชนควรพร้อมใจกันไปเพื่อตั้งคำถามว่าจะมีการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามแดนเมื่อไหร่,
จะแก้ไขปัญหาสารโลหะหนักไหลลงสู่แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก ฯลฯ เมื่อไหร่, จะแก้ไขปัญหาขบวนการหลอกลวง หรือแก๊งสแกมเมอร์ตามแนวชายแดนเมื่อไหร่ และจะสร้างสันติภาพในเมียนมากี่โมง
โดยตนจะเดินทางไปแน่นอน ส่วนคนอื่นๆ ที่ไปจะนัดหมายและเวลากันต่อไป ดร.สืบสกุลเปิดเผยอีกว่า ตนยังสงสัยว่ารัฐบาลไทยจะมีข้อมูลใดไปเจรจากับเมียนมา
สถานการณ์ล่าสุด
เพราะอย่างเต็มที่ก็แค่ผลตรวจน้ำและตะกอนดินของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ (สคพ.) ที่ 1 (เชียงใหม่) และหากตนเป็นมิน อ่อง ไลง์ ก็จะตอบกลับว่าจุดแรกที่ประเทศไทยตรวจคือสะพานท่าตอน
อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตแดนไทยจึงไม่เกี่ยวกับประเทศเมียนมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ สคพ.ที่ 1 เชียงใหม่ ก็ยังกลัวความยากลำบาก น้ำเชี่ยว จนไม่ยอมไปตรวจที่ชายแดนไทย-เมียนมา
ส่วนผลการตรวจคุณภาพดิน ผัก ปลา ฯลฯ จะเอาไปใช้เจรจาไม่ได้ เพราะภาครัฐบอกไม่เกินค่ามาตรฐาน สารหนูมาจากสารเคมีการเกษตร ก็อ้างว่าไม่เกี่ยวกับเหมืองแร่ ขณะที่นักวิทยาศาตร์พากันอ้ำๆ
มุมมองและผลกระทบ
อึ้งๆ กลัวบอกความจริงกับประชาชน กลัวภาครัฐด่า กลัวธุรกิจฟ้องปิดปาก กลัวไม่ได้ทุนวิจัย จึงทำให้ชีวิตประชาชนไร้ค่าอย่างมาก ดร.สืบกสุลยังระบุอีกว่า ได้ยื่นหนังสือไปถึงนายอนุทิน
ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย แล้วก่อนจะมีการหารือกับประธานาธิบดีเมียนมา โดยเสนอให้ยุติการนำเข้าแร่จากเมียนมาตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ทั้งหมดเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง
และกดดันให้รัฐบาลเมียนมาได้แก้ไขปัญหาแม่น้ำสายต่างๆ ร่วมกับประเทศไทยอย่างจริงจัง รวมทั้งขอให้นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อให้รับข้อมูลเพิ่มเติมและรับฟังปัญหาโดยตรงจากประชาชนกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวริมน้ำกก กลุ่มผู้ใช้น้ำประปา กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มชาวประมง เป็นต้น
ตลอดจนรับฟังข้อมูลจากภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ที่ติดตามปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



