บทบาทและอนาคตOKMDสู่องค์กรเรียนรู้อัจฉริยะ เพื่อการขับเคลื่อนระบบนิเวศแห่งการจัดการความรู้
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 12:30อ่าน 3 นาที

ใ นยุคสมัยที่เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตของมนุษย์อย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และกระบวนการบริหารจัดการความรู้ของประเทศ ประเทศไทยในฐานะประเทศที่มุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) จำเป็นต้องมีกลไกทางปัญญาที่เข้มแข็งเพื่อยกระดับศักยภาพของประชาชนทุกระดับและทุกช่วงวัยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD (สบร.) ในฐานะหน่วยงานที่มีพันธกิจหลักในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการจัดการองค์ความรู้ของประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนบทบาทและทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ โดยการกำหนดวิสัยทัศน์ระยะ 10 ปีข้างหน้า เพื่อยกระดับองค์กรจาก “องค์กรความรู้” (Knowledge Organization) สู่การเป็น “องค์กรแห่งการเรียนรู้” (Learning Organization) และก้าวไปสู่ “องค์กรอัจฉริยะ” (Smart Organization) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งวิสัยทัศน์นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของประเทศในยุดดิจิทัล 1.คุณคิดว่าประเทศไทยต้องการให้ OKMD เป็นแบบไหน “ศูนย์กลางความรู้และเครือข่ายระดับชาติ”?
ประเด็นสำคัญ
คำถามสำคัญที่ท้าทายการดำเนินงานของ OKMD ในทศวรรษหน้า คือ “ประเทศไทยต้องการ OKMD เป็นแบบไหน?”
จากการวิเคราะห์บริบททางสังคมและเศรษฐกิจ ปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้ต้องการเพียงหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดเก็บหรือรวบรวมข้อมูลข่าวสารแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่ต้องการ “องค์กรที่สร้างและจัดการความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ซึ่งสามารถเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ของคนไทยในทุกระดับได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง บทบาทสำคัญของ OKMD ในอนาคตจึงถูกวางไว้ให้เป็น “ศูนย์กลางความรู้และเครือข่ายความร่วมมือระดับชาติ (National Knowledge Hub & Collaborative Network)” ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชนท้องถิ่น เพื่อนำมาเรียบเรียง วิเคราะห์ และสังเคราะห์ให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่นำไปประยุกต์ใช้งานได้จริง (Actionable Knowledge) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับชาติจะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนบนฐานของปัญญาและนวัตกรรม 2.AI กับบทบาทใหม่ของ OKMD: จาก Knowledge Worker สู่ AI Collaborator การมาถึงของ AI Generative และเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) ได้ Disrupt กระบวนการจัดการความรู้แบบเดิมอย่างสิ้นเชิง ในบริบทใหม่นี้ AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี แต่เป็น “พลังเสริมความรู้” (Knowledge Power Multiplier) ที่เข้ามาช่วยในการค้นหา วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประยุกต์ใช้ความรู้ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีความเป็นส่วนตัว (Personalized Learning) ซ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



