‘วิโรจน์’ ขวางราชทัณฑ์ย้ายนักโทษทางการเมือง ไปเรือนจำบางขวาง กระทบการขอเข้าร่วมOECD
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 06:35อ่าน 3 นาที

'วิโรจน์' ถามกรมราชทัณฑ์ทราบหรือไม่ว่า การย้ายนักโทษทางการเมือง ไปยังเรือนจำบางขวาง สำหรับผู้ต้องโทษประหารชีวิต ระบบนิติรัฐสากลไม่อาจยอมรับได้ อาจกระทบการขอเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD
ประเด็นสำคัญ
ของประเทศไทย กสม.ก็เตือนแล้วว่าจะเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน 5ส.ค.2569- นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง [ กรมราชทัณฑ์ทราบหรือไม่ว่า
การย้ายนักโทษทางการเมือง ไปยังเรือนจำบางขวาง อาจกระทบกระเทือนถึงการขอเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย ] มีเนื้อหาดังนี้ ....................... ตามหลักการสากลระบุว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
การย้ายผู้ต้องขังทางการเมืองไปยังเรือนจำกลางบางขวางซึ่งเป็นเรือนจำสำหรับผู้ต้องโทษประหารชีวิต เป็นสิ่งที่ระบบนิติรัฐสากลไม่อาจยอมรับได้ . ในประเด็นนี้ กสม.
ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย และได้พิจารณาหลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งองค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง หรือข้อกำหนดแมนเดลลา
สถานการณ์ล่าสุด
ได้วางหลักการสอดคล้องกันว่า ผู้ต้องขังที่คดียังไม่ถึงที่สุดย่อมได้รับความคุ้มครองตามหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และต้องได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากผู้ต้องขังเด็ดขาด
ดังนั้น การดำเนินการใด ๆ ของเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีจะต้องสอดคล้องกับหลักการดังกล่าวด้วย .
กรมราชทัณฑ์กำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ต้องขังระหว่างการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวน และผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น
มุมมองและผลกระทบ
ส่วนผู้ต้องขังที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว และผู้ต้องขังที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว แม้อยู่ระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกา
ให้ถือว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ต้องย้ายออกไปยังเรือนจำหรือทัณฑสถานอื่น ๆ . กสม. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า
การตีความของกรมราชทัณฑ์ตามแนวนโยบายใหม่ที่ให้ถือว่าผู้ต้องขังระหว่างการอุทธรณ์หรือฎีกาไม่ถือเป็น “ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี”
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ทำให้ผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวจำนวนหนึ่งถูกนำไปควบคุมในเรือนจำเดียวกับนักโทษเด็ดขาดในคดีอุกฉกรรจ์ที่มีโทษสูง ถือเป็นการปฏิบัติเสมือนเป็นผู้ต้องขังที่คดีชั้นฎีกาถึงที่สุดแล้ว
อันไม่ได้สัดส่วนกับอัตราโทษ และไม่สอดคล้องกับหลักการสันนิษฐานบุคคลว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ที่รัฐธรรมนูญ และกติการะหว่างประเทศให้ความคุ้มครองไว้ .
หากมีการย้ายผู้ต้องขังจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไปเรือนจำกลางบางขวางของกรมราชทัณฑ์ จะเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน . การประชุม กสม. เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69
จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังกรมราชทัณฑ์ ให้เร่งย้ายผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีที่มีกำหนดโทษไม่เกิน 15 ปีจากเรือนจำกลางบางขวาง กลับไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครโดยเร็ว
(อ่านเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/share/p/1EW2JV8Fts) . ผมอยากกำชับเรื…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



