ประเสริฐ กมธ.อว. ชี้เข้า OECD ต้องเปลี่ยน ‘ผ่านเกณฑ์’ เป็น ‘ปฏิรูปประเทศ’ เสนอ 5 วาระ
อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 18:44อ่าน 3 นาที

ดร.ประเสริฐ กมธ.อว. ชี้เข้า OECD ต้องเปลี่ยนจาก ‘ผ่านเกณฑ์’ เป็น ‘ปฏิรูปประเทศ’ เสนอ 5 วาระยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรม–วางไทยเป็นสะพาน ASEAN–OECD”ย้ำรัฐสภาต้องไม่รอแก้กฎหมายปลายทาง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
แต่ควรใช้โรดแมป OECD จัดระเบียบกฎหมาย งบประมาณ และกลไก อววน. เชื่อมมหาวิทยาลัย–ภาคธุรกิจ–พื้นที่ ดึงการลงทุนคุณภาพและเทคโนโลยีเข้าสู่เศรษฐกิจจริง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ดร.ประเสริฐ
พัฒนผลไพบูลย์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร เข้าร่วมการสัมมนาทางวิชาการ “OECD 101: เส้นทางของประเทศไทยสู่การเข้าเป็นสมาชิก
รายละเอียดเพิ่มเติม
OECD” ที่ ห้องประชุมสัมมนา B1-1 อาคารรัฐสภา โดยเสนอให้ประเทศไทยใช้กระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ(Organisation for Economic Co-operation
and Development) OECD เป็นคานงัดเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ระบบราชการ และระบบนิเวศวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ
มิใช่มุ่งเพียงให้ผ่านการประเมินหรือได้รับสถานะสมาชิกเท่านั้น ดร.ประเสริฐกล่าวว่า กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD
สถานการณ์ล่าสุด
ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงนโยบายต่างประเทศหรือเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือของประเทศ แต่เป็นกระบวนการทบทวนขีดความสามารถของประเทศไทย อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่คุณภาพกฎหมาย
การแข่งขันทางเศรษฐกิจ ธรรมาภิบาล การศึกษา ทักษะแรงงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปจนถึงดิจิทัล สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเชิงพื้นที่
ตัวชี้วัดความสำเร็จจึงไม่ใช่เพียงว่าไทยจะได้เป็นสมาชิกในปีใด แต่ต้องพิจารณาว่า ระหว่างทางประเทศไทยได้กฎหมายที่ดีขึ้น มีภาครัฐที่โปร่งใสและทำงานได้จริง มีเศรษฐกิจที่แข่งขันได้
มุมมองและผลกระทบ
และสามารถนำงานวิจัย เทคโนโลยี และคนเก่งไปสร้างผลิตภาพรวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนได้มากขึ้นเพียงใด หากได้สมาชิกภาพโดยโครงสร้างภายในยังเหมือนเดิม ประโยชน์ที่ได้รับก็จะจำกัด
ข้อมูลจาก OECD Economic Survey: Thailand 2025 สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน โดยผลิตภาพแรงงานไทยในช่วงปี 2558–2566 ขยายตัวเฉลี่ยเพียงร้อยละ 2.1 ลดลงจากร้อยละ 4.8 ในช่วงปี
2553–2558 ขณะที่ผลิตภาพรวมของปัจจัยการผลิตแทบไม่เติบโต สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่สามารถดูดซับและกระจายประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้เต็มศักยภาพ ขณะเดียวกัน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ดัชนีกฎระเบียบตลาดสินค้าของ OECD ระบุว่าไทยมีคะแนนความเข้มงวดของกฎระเบียบ 2.4 สูงเป็นอันดับ 4 จาก 47 ประเทศที่ได้รับการประเมิน เทียบกับค่าเฉลี่ยประเทศสมาชิก OECD ที่ 1.3
กฎระเบียบที่ซ้ำซ้อน การแข่งขันที่ไม่สมบูรณ์ และข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดจึงไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนทางธุรกิจ แต่เป็น “กำแพงกั้นนวัตกรรม” ซึ่งลดแรงจูงใจของผู้ประกอบการในการลงทุน
พัฒนาเทคโนโลยี และขยายกิจการ “ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัย นักวิจัย และการลงทุนด้านการวิจัยที่สร้างจุดแข็งในหลายสาขา แต่ช่องว่างสำคัญยังอยู่ที่กลไกเชื่อมองค์ความรู้กับผู้ประกอบการ
เงินทุน ตลาด มาตรฐาน และความต้องการของพื้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



