เลขาฯ ป.ป.ท. หารือ ภราดร เข้าเป็นสมาชิก OECD เล็งถกพณ.ปัดฝุ่นใต้พรม เพื่อดึงนักลงทุน
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 13:17อ่าน 3 นาที

เลขาฯ ป.ป.ท. ถก ภราดร เดินหน้าเป็นสมาชิก OECD เล็งถกพณ.ปัดฝุ่นใต้พรม ปลุกสำนึกความโปร่งใส ดึงนักลงทุน เมื่อเวลา 10.40 น.วันที่ 24 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิวิศาล เกษมศุข
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยภายหลังเข้าพบ นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า
เป็นการหารือการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของไทย ซึ่งการเข้าเป็นสมาชิก OECD เหมือนเป็นแว่นขยาย อะไรที่เล็กมองไม่ชัด
รายละเอียดเพิ่มเติม
แต่ถ้าเกิดว่าเรามีแว่นขยายก็จะทำให้เห็นทุกอย่างชัดขึ้น ก็จะทำให้นักลงทุนอยากที่จะเข้ามาลงทุน ดังนั้น OECD เหมือนกับเป็นแว่นขยายให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ
จะทำให้เห็นว่าประเทศไทยเราน่าลงทุน ขั้นตอนอนุมัติอนุญาตซึ่งเดิมมีขั้นตอนเยอะ วันนี้เราก็ยุบมาเหลือน้อยลง หรือเมื่อก่อนอาจจะมีช่องโหว่ช่องว่าง ที่ไปเรียกรับผลประโยชน์ได้
วันนี้เราก็สามารถอุดช่องโหว่ได้ คิดว่าเร็ว ๆ วันนี้ ถ้าคุยกับกระทรวงพาณิชย์แล้ว จะขยับขับเคลื่อนและออกมาให้ผลเป็นรูปธรรม ภายใน 1-2 เดือนนี้ ก็จะเห็นหน้าเห็นหลังแล้ว เมื่อถามว่า
สถานการณ์ล่าสุด
OECD ให้ความสำคัญเรื่องของการอนุญาต การอนุมัติ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า จริง ๆ แล้ว OECD ให้ความสำคัญกับเรื่องโปร่งใส เมื่อถามว่า
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับบ้านเราขณะนี้เป็นอุปสรรคในการที่เราจะเข้าเป็นสมาชิก OECD หรือไม่ หรือการที่เราพยายามแก้ปัญหาจะกลายเป็นโอกาสที่ดีทำให้ไทยเข้าเป็นสมาชิกโออีซีดีได้มากขึ้น
เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นโอกาส เพราะอย่าลืมว่าถ้าเราไม่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เราก็จะไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้เลย ถามว่าถ้าเราไม่เปิดพรมขึ้นมา
มุมมองและผลกระทบ
เราก็จะไม่เห็นฝุ่นใต้พรม วันนี้รัฐบาลเปิดพรมแล้ว เห็นฝุ่นใต้พรมแล้ว เราก็ต้องทำความสะอาดฝุ่นใต้พรม เมื่อทำความสะอาดแล้ว พรมปิดลงไปก็สะอาดเหมือนเดิม นายภูมิวิศาล กล่าวว่า
วันนี้ทุกหน่วยงานต้องให้ความร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหา อย่ามองว่าเป็นเรื่องของคนใดคนหนึ่ง ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันลองทำดู ยกขึ้นมาหนึ่งกระบวนการ และเป็นเหมือน ISO กำหนดมาตรฐาน
โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เข้ามาเป็นตัวชี้วัด วันนี้ลองทำดูแล้ว สุดท้ายถ้าเราไปถามนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ นักลงทุน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เขาก็จะบอกว่าใช่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จริง ๆ ด้วย ในอดีตอาจจะมี 15 กระบวนงาน แต่รัฐบาลนี้เข้ามายุบเหลือแค่ 4 กระบวนงาน ซึ่งมันก็สำเร็จได้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้มันก็ตอบโจทย์ที่บอกว่า OECD เหมือนแว่นขยาย
พอขยายขึ้นทำให้เห็นชัดขึ้น พอทุกคนเห็นชัดขึ้นก็จะร้องอ๋อว่ามันเป็นอย่างนี้นี่เอง เพราะฉะนั้น มันทำให้มีความโปร่งใส เรื่องของจริยธรรมเข้ามา
ก็จะทำให้ประเทศเราเป็นประเทศที่ภาพรวมสวยงาม การลงทุนของนักธุรกิจก็อยากจะมาลงทุน ซึ่งตรงนี้ถือเป็นภารกิจหลักที่ ป.ป.ท. รับนโยบายรัฐบาล
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



