กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายเงินสมทบ ‘กองทุนหทัยทิพย์’
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 20:48อ่าน 3 นาที

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายเงินสมทบ“กองทุนหทัยทิพย์” สร้างรั้วชายแดนและถนนตรวจการณ์ 10 สิงหาคม 2569 - เวลา 14.00 น.ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้า น้องนางเธอ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยังห้องประชุมคอนเวนชัน ฮอลล์ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ พระราชทาน
พระวโรกาสให้ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าเฝ้า เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระกุศลสมทบทุน “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ การนี้ รองศาสตราจารย์
รายละเอียดเพิ่มเติม
ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล รองประธานกรรมการบริหารกองทุนหทัยทิพย์ กราบทูลรายงานผลการดำเนินงานของกองทุนฯ ซึ่งได้ขับเคลื่อนตามพระปณิธานฯ
ในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่ประชาชนและกำลังพลแนวหน้าผู้ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ของชาติ นับตั้งแต่เปิดกองทุนฯ อย่างเป็นทางการ
ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมโดยเสด็จพระกุศลสมทบ “กองทุนหทัยทิพย์” อย่างต่อเนื่อง เป็นจำนวนเงิน252,840,253.28 บาท (รายงานยอดเงินบริจาค สถานะ ณ วันที่ 9สิงหาคม 2569)
สถานการณ์ล่าสุด
จากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ฯ กราบทูลเบิกพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เข้าเฝ้า
เพื่อกราบทูลรายงานผลการดำเนินโครงการก่อสร้างรั้วชายแดน และสิ่งป้องกันภัยต่าง ๆ ในพื้นที่เสี่ยงภัยตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาของกองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) และกองทัพบก (ทบ.) ตามลำดับ
ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรวีดิทัศน์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการฯ ซึ่งทั้ง สองหน่วยงานได้ดำเนินการภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหทัยทิพย์ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 121,089,300 บาท
มุมมองและผลกระทบ
สำหรับโครงการในความรับผิดชอบของกองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ซึ่งได้รับ การสนับสนุนงบประมาณจำนวน 69,275,700 บาท ได้ดำเนินการก่อสร้างรั้วชายแดนและ ถนนตรวจการณ์คู่ขนาน
ในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เป็นพื้นที่นำร่อง ปัจจุบันก่อสร้างรั้วชายแดนช่วงหลักเขตแดนที่ 52–54 แล้วเสร็จ รวมระยะทาง 1.31 กิโลเมตร
และจะดำเนินการในระยะต่อไปให้ครอบคลุมช่วงหลักเขตแดนที่ 54–59 รวมระยะทาง 8 กิโลเมตรเศษ ตามแผนงานที่กำหนดรั้้วชายแดนดังกล่าวได้รับการออกแบบตามหลักวิศวกรรมมีโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ติดตั้งลวดหนามหีบเพลงผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูง ทนทานต่อการตัดและกัดกร่อน มีความสูงรวม 3.35 เมตร สามารถรองรับภารกิจด้านความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ
ขณะเดียวกัน ได้ก่อสร้างเส้นทางลำเลียงวัสดุจากฐานปฏิบัติการที่ 6 เข้าสู่หลักเขตแดนที่ 52 ระยะทาง 1.23 กิโลเมตร แล้วเสร็จสมบูรณ์
และอยู่ระหว่างก่อสร้างถนนตรวจการณ์ตลอดแนวหลักเขตแดนที่ 52-59 ระยะทางรวมกว่า 8 กิโลเมตร นอกจากนี้ กองทุนฯ ยังสนับสนุนการก่อสร้างบังเกอร์สำหรับกำลังพล รวม 100 แห่ง
และหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนขนาดรองรับ 40-60 คน รวม 40 แห่ง ในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะโรงเรียน วัด และชุ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



