ข้ามไปยังเนื้อหา

อดีตผู้พิพากษาฎีกา ชงวาง ‘โทษจำคุกจริงขั้นต่ำ’ ใน พ.ร.บ. หวั่นกฎกระทรวงผันแปรตามนโยบาย

อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 08:40อ่าน 3 นาที

อดีตผู้พิพากษาฎีกา ชงวาง ‘โทษจำคุกจริงขั้นต่ำ’ ใน พ.ร.บ. หวั่นกฎกระทรวงผันแปรตามนโยบาย
แชร์ข่าวนี้

อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ยกแนวทางต่างประเทศเทียบการบริหารโทษทางอาญา ชี้ศาลควรมีบทบาทชัดเจนในการกำหนดขอบเขตของโทษ ขณะที่ฝ่ายปกครองต้องบริหารและบังคับโทษภายใต้กรอบกฎหมาย พร้อมหนุนแนวทางกำหนด “โทษจำคุกจริงขั้นต่ำ” ก่อนเสนอระยะยาวควรบัญญัติหลักเกณฑ์ไว้ในระดับ พ.ร.บ. เพื่อความมั่นคง ไม่ผันแปรตามนโยบายรัฐมนตรีแต่ละยุค 22 สิงหาคม 2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ส่องบทเรียนจากต่างประเทศ: เขากระจายอำนาจและบริหารโทษทางอาญาอย่างไร?”

อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ระบุว่า นานาประเทศทั้งในระบบ Common Law และ Civil Law ต่างพัฒนากลไก “การบริหารโทษ” (Penal Administration) เพื่อสร้างดุลยภาพระหว่างอำนาจของศาลในการกำหนดโทษ กับอำนาจของฝ่ายปกครองในการบังคับโทษทางอาญา โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ป้องกันไม่ให้การบริหารโทษในภายหลัง ทำให้ระยะเวลาที่ผู้ต้องขังจริงแตกต่างจากเจตนารมณ์ของคำพิพากษามากเกินไป 1.ศาลกำหนด “ระยะเวลาขั้นต่ำก่อนมีสิทธิได้รับการปล่อยตัว” (Minimum / Non-Parole Period) ในหลายประเทศ กฎหมายเปิดโอกาสให้ศาลเป็นผู้กำหนดระยะเวลาขั้นต่ำที่ผู้ต้องโทษจำคุกต้องอยู่ในเรือนจำจริง ก่อนจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาปล่อยตัวก่อนกำหนด โดยเฉพาะในคดีโทษจำคุกตลอดชีวิต สหราชอาณาจักร ศาลอาจกำหนด Minimum Term (Tariff) สำหรับโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือในกรณีร้ายแรงมากๆ อาจสั่ง Whole Life Order ซึ่งจะไม่มีสิทธิได้รับการปล่อยตัวโดย Parole ตลอดชีวิต เว้นแต่มีเหตุพิเศษตามกฎหมาย ออสเตรเลีย ใช้ระบบ Non-Parole Period ซึ่งศาลในแต่ละรัฐหรือดินแดนสามารถกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำก่อนมีสิทธิได้รับการพิจารณาปล่อยตัวได้เช่นกัน หัวใจสำคัญคือ เมื่อกฎหมายกำหนดให้ศาลเป็นผู้กำหนดระยะเวลาขั้นต่ำ ฝ่ายปกครองย่อมไม่สามารถลดระยะเวลานั้นลงตามดุลพินิจของตนเองได้ เว้นแต่กฎหมายจะให้อำนาจไว้โดยชัดแจ้ง ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาไม่ได้ใช้ระบบนี้เหมือนกันทั้งประเทศ เนื่องจากต้องแยกระหว่างระบบ Federal และกฎหมายของแต่ละรัฐ. 2.แนวคิด “Truth in Sentencing” สหรัฐอเมริกาพัฒนาแนวคิด Truth in Sentencing เพื่อให้ระยะเวลาที่ศาลกำหนดกับระยะเวลาที่ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษจริงสอดคล้องกันมากที่สุด ในระบบ Federal มีข้อจำกัดเข้มงวดเกี่ยวกับการลดโทษและการปล่อยตัวก่อนกำหนด ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ต้องรับโทษเป็นสัดส่วนสูงของโทษที่ศาลกำหนด จึงจะเริ่มมีสิทธิได้รับประโยชน์บางประเภท เกณฑ์ 85% ซึ่งผู้ต้องขังในคดีอุกฉกรรจ์ต้องรับโทษจำคุกจริงอย่างน้อย 85% ของโทษที่ศาลพิพากษา เป็นตัวเลขสำคัญในกฎหมาย Federal สำหรับการรับเครดิตจากการประพฤติดีในบางกรณี แม้จะไม่ใช่กฎทั่วไปที่ใช้กับทุกคดี แต่เป็นตัวอย่างของการจำกัดดุลพินิจฝ่ายบริหาร หัวใจสำคัญของ Truth in Sentencing ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข 85% แต่คือหลักการที่ว่า การกำหนดโทษโดยศาลต้องมีความสัมพันธ์อย่างสมเหตุสมผลกับระยะเวลาที่ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษจริง 3.คณะกรรมการพิจารณาปล่อยตัวก่อนกำหนดที่มีคว…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยโพสต์ · อดีตผู้พิพากษาฎีกา ชงวาง ‘โทษจำคุกจริงขั้นต่ำ’ ใน พ.ร.บ. หวั่นกฎกระทรวงผันแปรตามนโยบาย
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง