มุมสะท้อน ‘วัดป่า’
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 21:59อ่าน 3 นาที

คุยเรื่อง “ไล่พระ-ยึดวัด” ไปวันก่อน ก็ยังไม่สิ้นกระแสนรก ฉะนั้น วันนี้ มาคุยกันต่อ หลังจาก “ป้าดา” หลานเมีย “นายเฮียง พิมพ์ศรี” อ้างว่าโฉนดยังเป็นชื่อนายเฮียง ไม่ได้ถวายให้วัด ฉะนั้น ที่ดินกว่า ๒๑ ไร่ ที่เป็น “วัดป่าอดุลยาราม” ในเขตเมืองขอนแก่น ก็ยังเป็นของนายเฮียง ฉะนั้น ให้เวลา ๑๕ วัน “พระต้องย้ายออกไปจากวัด”!
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
“ป้าดา” ในฐานะญาติและเป็นตัวแทนลูกๆ นายเฮียง เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนนี้!
ขอยื่นคำขาด “พระต้องออกไป” ที่ดินต้องเป็นของป้าดาและทายาท ว่าพลางป้าดาก็ควัก “โฉนดฉบับคัดลอก” ออกโชว์ เป็นการยืนยันว่า...นี่ไง โฉนดอยู่ที่ชั้น ไม่ใช่ของวัด!
รายละเอียดเพิ่มเติม
ว่าพลางก็ทำการปิดประตูวัด ปิดประตูยังไม่พอ เอาแท่งซีเมนต์กลวงมาตั้งขวางทับอีกชั้น ก็ยังไม่สาแก่ใจป้าดา สั่งลูกน้องเอาปูนซีเมนต์มาหยอดแท่งปูนนั้นให้ติดกับพื้น เรียกว่า “ขังพระ” แล้ว ยังเกรงใครจะมายกแท่งปูนออกให้พระอีกแน่ะ!
ทำแบบนี้ ระวังนะป้า ถ้ากรรมตามทันวันไหน เกิดรูทวารตัน “ขี้ไม่ออก-เยี่ยวไม่ออก” ถึงตายเชียวนะ!
แต่เมื่อวาน (๑๔ ส.ค.๖๙) “เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม” นำขบวนโดย ตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม, นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักพุทธฯ นางเนตรทิพย์ เจริญวัย ผอ.สำนักพุทธฯ ขอนแก่น พากันไปที่ “สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น” ท่านเจ้าอาวาสนำ “โฉนดที่ดิน” ฉบับจริง มาแสดง ขอโอนโฉนดจากชื่อ “นายเฮียง พิมพ์ศรี” เป็นของ “วัดป่าอดุลยาราม” “นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก” เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ตรวจสอบโฉนดแล้ว ยืนยันว่าเป็นโฉนดที่ดินฉบับจริง เนื้อที่กว่า ๒๑ ไร่ แล้วให้ท่าน “เจ้าอาวาส” เซ็นเอกสาร ขอรับ “โอนโฉนด” เป็น “กรรมสิทธิ์ของวัด” นี่เป็นเพียงขั้นตอนขั้นต้นเท่านั้น ต่อไปก็เข้าสู่กระบวนการหลังจากที่ทางเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามได้นำโฉนดที่ดิน มาตรวจสอบและยืนยันได้แล้วว่าเป็นฉบับจริง แต่การเปลี่ยนแปลงผู้ถือกรรมสิทธิ์ เจ้าพนักงานที่ดิน จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ศาลได้มีการตัดสินให้เป็นที่ของวัดแล้วก็ตาม ขั้นตอนต่อไปนั้น ต้องทำตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๘๔ ให้ครบถ้วน ยังโอนให้เสร็จในวันเดียวยังไม่ได้ ต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจสอบรายละเอียดของวัด สำรวจแผนผัง สำรวจทรัพย์สิน กุฏิวัด ว่าตั้งอยู่บริเวณใดในพื้นที่วัด จากนั้น ส่งเรื่องไปยังที่ว่าการอำเภอ เพื่อตรวจสอบว่ามีผลกระทบกับชุมชนหรือไม่ เสร็จขั้นตอนต่างๆ ทางอำเภอก็ส่งกลับไปที่ผู้ว่าฯ ถ้าทุกอย่างไร้ปัญหา การโอนโฉนดเป็นของวัดก็จบ “พระครูอดุลสารนิเทศ” เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า ตั้งแต่เหตุการณ์เกิดขึ้น จนได้ขึ้นฟังคำพิพากษา ฝ่ายโจทก์คือ “นางดารินี” ไม่เคยคุยกันโดยตรง ผู้ที่ติดตามมาฟังคำพิพากษาด้วย ก็ไม่พูดกับทางวัดแม้แต่คำเดียว!
สถานการณ์ล่าสุด
“ทางหลวงพ่ออยากจะพูดคุยมาโดยตลอด เพื่อหาทางออกที่ดีในเรื่องนี้ แต่กลับเงียบ เหมือนกับไม่อยากให้หลวงพ่อรู้ว่าจะทำอะไร จะปกปิดเป็นความลับมาโดยตลอด” พร้อมอยากบอกไปยัง “ป้าดา” ว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



